ทัวร์ยุโรปตะวันออก เยอรมัน เชค สโลวัค ฮังการี ออสเตรีย เที่ยวยุโรปตะวันออก
รายละเอียดทัวร์

www.TripleEnjoy.com
by Double Enjoy Travel Co., Ltd.

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Buengkum, BKK 10240
Tel: 02-379-2955  Hotline: 099-130-6886  Fax: 02-379-1163 (Auto)

 Website: www.tripleenjoy.com   E-mail: [email protected]


 

Juristic Identification No. 0125554005216                                                               TAT License No. 11/05307


หน้าแรก  Arrow ทัวร์ต่างประเทศ  Arrow ทัวร์ยุโรป  Arrow ทัวร์เชค , ทัวร์เยอรมัน , ทัวร์ยุโรปตะวันออก , ทัวร์ออสเตรีย , ทัวร์ฮังการี  Arrow TE047 : ทัวร์ยุโรปตะวันออก เยอรมัน เชค สโลวัค ฮังการี ออสเตรีย 9 วัน 7 คืน (OS)

TE047 : ทัวร์ยุโรปตะวันออก เยอรมัน เชค สโลวัค ฮังการี ออสเตรีย 9 วัน 7 คืน (OS)

Austrian Airlines (OS)

พิมพ์ พิมพ์ ดาวน์โหลดโปรแกรทัวร์ ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์ ส่งอีเมล์ ส่งอีเมล์ คัดลอก URL คัดลอก URL
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
ARENA CITY HOTEL
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
ARION CITY HOTEL VIENNA
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
HOTEL GRAND CESKY KRUMLOV
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
HOTEL INTERNATIONAL PRAGUE
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
MERCURE BUDAPEST BUDA HOTEL
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
NH MUNCHEN MESS HOTEL
TE047 : ทัวร์ยุโรปตะวันออก เยอรมัน เชค สโลวัค ฮังการี ออสเตรีย 9 วัน 7 คืน (OS)

ยุโรปตะวันออก : เยอรมัน เชค สโลวัค ฮังการี ออสเตรีย

เส้นทางยุโรปตะวันออก สุดคลาสสิค!!!

    รวมสุดยอดเมืองไฮไลท์ของยุโรปตะวันออก !!! 

บินตรง !!!  สู่ กรุงเวียนนา ไม่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่อง

โดยสายการบิน Austrian Airlines (OS)

สะสมไมล์การบินไทยได้ ** (STAR ALLIANCE )

พักโรงแรมระดับ 4 ดาว

 อาหารไทย , ขาหมูเยอรมัน + เบียร์, อาหารพื้นเมือง

พิเศษ กูล๊าซปาร์ตี้   อาหารพื้นเมืองหมู่บ้านกรีนซิ่ง


 

รายละเอียดการเดินทาง


วันแรกกรุงเทพฯ –เวียนนา (ออสเตรีย)
10.00 น.คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 4 เคาน์เตอร์สายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ส เคาน์เตอร์ G14-19
12.50 น.ออกเดินทางบินตรงสู่ นครเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดย สายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ OS16
18.45 น.เดินทางถึง นครเวียนนา เมืองหลวงแสนสวยของประเทศออสเตรีย จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับ สัมภาระ นำท่านเดินทางสู่ภัตตาคาร
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พักARION CITY HOTEL VIENNA หรือเทียบเท่า
วันท่ี่สองเวียนนา (ออสเตรีย) -บูดาเปสต์ (ฮังการี)-ป้อมฟิชเชอร์แมนบาสเตียน – คาสเซิ่ลฮิลล์ – ล่องเรือแม่น้ำดานูบ
เช้ารับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก
   
นำคณะเดินทางข้ามพรมแดนสู่ ประเทศฮังการี สู่เมือง “บูดาเปสต์” (ระยะทาง 243 กม.) เที่ยวชมบรรยากาศ เมืองหลวงของสาธารณรัฐฮังการี ประเทศที่มากด้วยศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรออสโตร-ฮังกาเรียน เมืองที่มี “แม่น้ำดานูบ” ไหลผ่านกลางเมือง ซึ่งแบ่งเป็นสองฝั่งคือฝั่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของประวัติศาสตร์ “บูดา” และฝั่งที่หรูหราล้ำหน้าสมัยใหม่ด้วยวิทยาการ “เปสต์” อัน เป็นที่มาของชื่อเต็มของเมืองหลวงแห่งนี้ นำคณะเดินทางผ่านชุมชนโรมันโบราณขึ้นไปยัง “คาสเซิ่ลฮิลล์” Castle Hill ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับคฤหาสน์ของกษัตริย์ และโบราณสถาน ซึ่งยังมีร่องรอยบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตชม “ป้อมปราการฟิชเชอร์แมนบาสเตียน” ที่สะท้อนประวัติศาสตร์การสร้างชาติฮังกาเรียน สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมงผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในตอนที่ถูกพวกมองโกลรุกรานในปี ค.ศ. 1241-1242

จากนั้นให้ท่านได้แวะถ่ายรูปด้านหน้า “โบสถ์แมทเทียส” เป็นโบสถ์สำคัญของเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ที่โดดเด่นด้วยยอดโบสถ์อันงดงาม เคยใช้เป็นที่จัดพิธีสวมมงกุฎแด่กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์นำคณะชม “อนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่น” ปฐมกษัตริย์ของชาวแมกยาร์

จากนั้นเดินทางต่อสู่ “จัตุรัสวีรบุรุษ” สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง วีรบุรุษผู้กอบกู้ชาติ และยังใช้ในพิธีสวนสนามของทหารฮังการี

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปความยิ่งใหญ่อลังการของ “มหาวิหารเซนต์ สตีเฟ่น” ใจกลางเมือง
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
   
นำคณะลงเรือ “ล่องแม่น้ำดานูบ” แม่น้ำสายโรแมนติค มนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ซึ่งนอกจากจะแบ่งประเทศฮังการีทั้งประเทศแล้ว ยังได้แบ่งนครหลวงแห่งนี้ออกเป็น 2 ซีกด้วย ภายในตัวนครหลวงทั้งสองฝั่งมีสะพานที่สร้างอย่างงดงามทอดข้ามแม่น้ำดานูบเชื่อมติดต่อระหว่างนครหลวงทั้งสองฝั่งเป็นจำนวน 8 แห่งนครหลวง ส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในบริเวณย่านภูเขาที่เป็นฉากธรรมชาติประดับตัวนครให้เป็นภาพอันน่าประทับใจ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติ และเรือแล่นผ่าน “อาคารรัฐสภา” เป็นอาคารแบบนีโอโกธิคที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และได้รับการยกย่องว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในยุโรป ตลอดจนอาคารบ้านเรือนและความเป็นอยู่ของผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำดานูบ
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น กูลาซ อาหารพื้นเมืองสไตล์ฮังกาเรียน
ที่พักMERCURE BUDAPEST BUDA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สามบูดาเปสต์ (ฮังการี ) - บราติสลาวา (สโลวัค) – กรุงปราก (สาธารณรัฐเช็ก)
เช้ารับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก
เดินทางสู่ บราติสลาวา (BRATISLAVA) (ระยะทาง 200 กม.) นครหลวงแห่งสาธารณรัฐสโลวัค เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสโลวัค เป็นที่ตั้งของรัฐสภา, มหาวิทยาลัย, พิพิธภัณฑ์ รวมทั้งโรงละครอันเก่าแก่ นำท่านชมเมืองในเขตจตุรัสใจกลางเมืองอันเป็นที่ตั้งของทำเนียบประธานาธิบดี นำท่านชมภายนอก ปราสาทแห่งกรุงบราติสลาวา ตัวอาคารมีหอคอยสูง 80 เมตร ทั้ง 4 ด้าน ผสมผสานไปด้วยศิลปะแบบโกธิค, เรเนอซองส์ และบารอค ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาเบเธียนเหนือลุ่มแม่น้ำดานูบ ท่านสามารถชมวิวของตัวเมืองได้กว้างไกลสุดสายตา
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
   
นำท่านออกเดินทางข้ามพรมแดนสู่ สาธารณรัฐเช็ก (ระยะทาง 329 กม.) เพื่อนำท่านเดินทางสู่ กรุงปราก เจ้าของสมญานามเมืองแห่งปราสาทร้อยยอด ปรากเป็นเมืองหลวง และเมืองใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก ในปี ค.ศ.1992 องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้ ปรากเป็นเมืองมรดกโลก
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พักHOTEL INTERNATIONAL PRAGUE หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สี่กรุงปราก - ปราสาทปราก – เขตเมืองเก่า -  เชสกี้คลุมลอฟ  (สาธารณรัฐเช็ก)
เช้ารับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก

นำคณะเข้าชมความยิ่งใหญ่ของ “ ปราสาทปราก ” ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.885โดยเจ้าชายบริโวจเดิมในสมัยกลางเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สมัยต่างๆ ในจักรวรรดิโบฮีเมีย ปัจจุบันนี้ได้ถูกใช้เป็นทำเนียบรัฐบาลและเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเช็ค นำคณะเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางของปราสาทที่แวดล้อมไปด้วยโบราณสถานเก่าแก่อายุกว่า650ปี เข้าชมความใหญ่โตโอ่อ่าของ “ มหาวิหารเซนต์วิตัส ” โบสถ์เก่าแก่สไตล์โกธิกที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1929 เป็นมหาวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของชาวเช็กฯ ทุกคนเนื่องจากใช้เป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์พระองค์ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่เก็บมงกุฎเพชรที่ทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 

จากนั้นเดินชมอดีต “ หมู่บ้านช่างทอง ” เป็นสถานที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ภายในหมู่บ้านแห่งนี้หน้าบ้านแต่ละหลังไม่มีบ้านเลขที่บ้าน หากแต่ใช้สัญลักษณ์ต่างๆแทนเลขที่บ้าน นับว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เดินทางข้าม “สะพานชาร์ลส์” สะพานสัญลักษณ์ของเมืองที่ส ร้างข้ามแม่น้ำวัลตาวาในช่วงศตวรรษที่14ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ตลอดราวสะพานมีประติมากรรมหินทรายรูปปั้นของนักบุญต่างๆ ถึง 30 รูปซึ่งมีความงดงามและไม่ซ้ำแบบ สัมผัสเหล่าศิลปินที่นำผลงานมาแสดงอยู่ริมสองข้างสะพาน นำท่านเที่ยวชม “จัตุรัสเมืองเก่าสตาเรเมสโต” สถานที่นัดพบของชาวปราก บริเวณโดยรอบล้วน เป็นอาคาร และวิหารเก่าแก่อายุกว่า 600 - 700 ปี ที่มีความงดงามโดดเด่น ชม “อนุสาวรีย์ยานฮุส” ผู้นำฝ่ายปฏิรูปศาสนาซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีต ถูกเผาทั้งเป็นโดย ผู้ปกครองของฝ่ายคริสต์ศาสนจักรโรมันคาทอลิค และ “หอนาฬิกาดาราศาสตร์”  ที่ทุกๆ 1 ชั่วโมงจะมีตุ๊กตาสาวกพระคริสต์ (12 Apostles) ออกมาเดินผ่านหน้าต่างเล็กๆ ด้านบน หอคอยจนครบ 12 องค์ บริเวณใกล้เคียงกันนี้ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวยิวที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปหลัง มีเวลาให้คณะได้เดินเล่นช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองสไตล์เชค และโบฮีเมียน อาทิเช่น เครื่องแก้วสีต่างๆ ,ตุ๊กตาหุ่นกระบอก ,งานผ้าปักรวมถึงชิ้นงานแกะสลักต่างรูปแบบ ฯลฯ
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
   
ออกเดินทางสู่ “เมืองเชสกี้ คลุมลอฟ (เมืองมรดกโลก)” (ระยะทาง 170 กม.) เป็นเมืองขนาดเล็กในภูมิภาคโบฮีเมียใต้ของสาธารณรัฐเช็ก มีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรม และศิลปะของเขตเมืองเก่าและปราสาทครุมลอฟ ซึ่งเขตเมืองเก่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ด้วยทำเลที่ตั้งของตัวเมืองที่มีน้ำล้อมรอบ ทำให้กลายเป็นปราการที่สำคัญในการป้องกันข้าศึก ในอดีตเคยเป็ นศูนย์กลางด้านการปกครอง การพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ต่อมาในปี ค.ศ.1963 ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์และภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ ในตอนปลายปี ค.ศ.1989 ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีความสำคัญและโดดเด่นในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองครุมลอฟให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1992
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พักHOTEL GRAND CESKY KRUMLOV หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ห้าปราสาทเชสกี้คลุมลอฟ (เชค) – มิวนิค (เยอรมัน)
เช้ารับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินเที่ยวชมเมืองโดยรอบชมจตุรัสกลางเมืองที่สวยงาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองอันเก่าแก่และยังคงใช้อยู่จนกระทั่งปัจจุบัน ให้ท่านได้ถ่ายรูปที่ระลึกภายนอกของ “ปราสาทคลุมลอฟ” (เชค) ซึ่งเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากปราสาทปรากมีห้องต่างๆ ถึง 40 ห้องลานปราสาท 5 แห่งและอุทยานอีก 1 แห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ชมทัศนียภาพของตัวเมืองจากลานหน้าอุทยาน ภาพที่ท่านเห็นคือบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยหลังคาสีส้มเรียงรายกันเป็นกระจุกๆ เหมือนบ้านตุ๊กตาที่สวยงามยิ่งนัก
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
   
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองมิวนิค” (เยอรมนี) (ระยะทาง 299 กม.) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 3ของเยอรมนีและยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเบียร์เยอรมัน และอดีตนครหลวงแห่งอาณาจักรบาวาเรียที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 16-18 จากนั้นนำท่านผ่านชมบริเวณสนามกีฬาโอลิมปิค ที่มิวนิคได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพเมื่อปี ค.ศ.1972 ก่อนขับรถพาชมสถานที่สำคัญๆ อาทิ  พระราชวังหลวงเรสซิเด้นท์ ฯลฯ

นำท่านเดินทางสู่บริเวณ “จัตุรัสมาเรียน” ย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของมิวนิคเซ่น ศาลาว่าการเก่าในรูปแบบศิลปะโกธิค, หอคอยของโบสถ์แม่พระที่มีรูปแบบคล้ายหัวหอมใหญ่
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารลิ้มรสอาหารขึ้นชื่อ ขาหมูเยอรมัน + เบียร์เยอรมัน ท่านละ 1 แก้ว ***
ที่พักNH MUNCHEN MESS HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
   
**หมายเหตุ** เมืองมิวนิค เป็นเมืองที่มีการจัดการประชุม สัมมนา หรือจัดกิจกรรมหรืองานแฟร์บ่อยครั้งและห้องพักมักจะเต็มตลอดถ้ามีช่วงกิจกรรมดังกล่าวหากที่พักในเมืองมิวนิคเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนที่พักไปที่เมืองใกล้เคียงแทน
วันที่หกมิวนิค – ปราสาทนอยชวานสไตน์ (เยอรมนี) – ซาลส์เบิร์ก (ออสเตรีย) – สวนมิราเบล
เช้ารับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก
   
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองฟุสเซ่น” (เยอรมนี) (ระยะทาง 127 กม.) เมืองที่ตั้งอยู่ทางแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของเยอรมนี ติดชายแดน ออสเตรีย มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพอันเป็นที่กล่าวถึงในนามของ ป่าดำ “BLACK FOREST” ผ่านชมกับทิวทัศน์ริมสองข้างทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีของขุนเขาเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น เมืองชนบทเล็กๆ ที่ตั้งอยู่สุดถนนสายโรแมนติก เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมันที่ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้าและซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ

นำท่านขึ้นสู่ “ปราสาทนอยชวานสไตน์” ซึ่งเป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845-86 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก  ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์ สูงกว่า 200 เมตร เหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัท เป็นปราสาทหลังใหญ่สีขาว ตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร ที่ซึ่งมีสีสันแปลกแปลง แตกต่างไปในแต่ละฤดูกาลได้ ปราสาทหลังนี้ เพิ่งได้รับขนานนามว่า “นอยชวานสไตน์” ก็เพียงภายหลังจากที่ กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้วในปี 1886 เที่ยวชมห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต แม้กระทั่งราชาการ์ตูนอย่าง “วอล์ทดิสนีย์” ยังได้จำลองแบบปราสาทแห่งนี้ไปเป็นปราสาทในเทพนิยาย อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์

( หมายเหตุ : เนื่องจากปราสาทนอยชวานสไตน์ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งในหน้าหนาวทำให้มีหิมะปกคลุม อาจมีการปรับเปลี่ยนรายการการขึ้น-ลง หรือการเข้าชมปราสาทเนื่องมากจากสภาพอากาศ หรือวันหยุดสำคัญต่าง ทั้งนี้หากปราสาทปิดทางบริษัทจะปรับเปลี่ยนเป็นการเข้าปราสาทอื่นแทน อาทิเช่น ปราสาทโฮเฮนชวานเกา)
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
   
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองซาลสเบิร์ก (Salzburg)  (ออสเตรีย) (ระยะทาง 214 กม.) เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของประเทศออสเตรีย  เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยศิลปะแบบบาโรคจนได้ชื่อว่าเป็นนครหลวงแห่งศิลปะบาโรค  เป็นบ้านเกิดของคีตกวีเอกของโลก โวล์ฟกังก์ อมาเดอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์อมตะเรื่อง The Sound of Music และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้เมื่อปี ค.ศ. 1997 อีกด้วย  เมืองซาลส์เบิร์กยังมีธรรมชาติและทิวทัศน์อันสวยสดงดงามเนื่องจากอยู่ใกล้เทือกเขาแอลป์ นอกจากนั้นยังเป็นที่ชุมนุมของผู้ที่ชื่นชอบในดนตรีอีกด้วยเมืองซาลส์เบิร์กตั้งอยู่ริมแม่น้ำซาลส์ซักค์ (Salzach) มีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอลป์ เป็นเมืองชายแดนก่อนจะข้ามไปสู่ แคว้นบาวาเรีย ของประเทศเยอรมนี เรียกว่าระยะทางแค่ปาหินถึงเท่านั้นเอง 

นำท่านชม สวนมิราเบล Mirabell garden เป็นสวนสาธารณะที่สวยที่สุดในเมืองซาล์ลบวร์ก ซึ่งเดิมทีเป็นสวนในพระราชวังเดิมถูกออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach สวนสร้างในรูปแบบเรขาคณิต ถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้หลากสี มีรูปปั้นเทพเจ้าและน้ำพุ เป็น “สวนแบบบารอค” ที่สวยงาม เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมความงามของสวนในปี 1858 โดยพระเจ้า Franz Joseph และยังเป็นสถานที่ที่ถ่ายทำเรื่อง The sound of music  นำท่านชมเมืองซาลล์เบิร์ก เมืองแห่งศิลปินเพลง เมืองซึ่งเป็นสถานที่ของเด็กอัจฉริยะโมสาร์ตที่เพิ่งจะฉลองครบรอบ 250 ปี ในปี 2006 ที่ผ่านมาและเมืองนี้ยังโด่งดังจากการเป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์เพลงอมตะ “มนต์รักเพลงสวรรค์”  หรือ The Sound of  Music ชมเมืองเก่าของซาลสเบิร์ก สู่จัตุรัสกลางเมืองเพื่อถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์โมสาร์ต ชม มหาวิหารใหญ่กลางเมือง เดินเล่นบนถนนเกไตรเด้
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พักARENA CITY HOTEL หรือระดับเทียบเท่า
วันที่เจ็ดซาลสเบิร์ก - ฮอลสตัท  - เวียนนา (ออสเตรีย)
เช้ารับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฮอลสตัท (Hallstatt) (ระยะทาง 73 กม.) เมืองมรดกโลกที่เก่าแก่ย้อนหลังกลับไปกว่า 4,000 ปี ช่วงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในอดีตประมาณปี 800-400 ปี ก่อนคริสตกาล และยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่หลงใหลของนักเดินทางมากมาย 

จากนั้นนำท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบ บนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า “ซี สตราซ” (See Strasse) ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของ ถนนซีสตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม อิสระให้ท่านได้พักผ่อนนั่งจิบกาแฟ หรือเดินเที่ยวชมเมือง
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  อาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงเวียนนา (ระยะทาง 289 กม.) เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เวียนนาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในออสเตรีย เป็นศูนย์กลางทั้ง เศรษฐกิจและการปกครอง มีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก เป็นราชวงศ์ที่มีบทบาทเด่นที่สุดในประเทศ  เป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองที่มั่งคั่งด้วยศิลปะและการดนตรีระดับโลกชื่อเสียงนี้เป็นผลมาจากนักประพันธ์บทเพลงวอลท์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้ใช้ช่วงชีวิตที่เวียนนาและสร้างผลงานฝากไว้ที่นี่  เช่น โวล์ฟกัง อามาเดอุส โมซาร์ท และ ลุดวิก ฟันเบโธเฟ่น
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ลิ้มรสขาหมูเวียนนา ชิมไวน์พื้นเมือง ณ ภัตตาคารหมู่บ้านกรีนซิ่ง
ที่พักARION CITY HOTEL VIENNA หรือระดับเทียบเท่า
วันที่แปดเวียนนา- พระราชวังเชินบรุนน์– โบสถ์เซนต์สตีเฟน ช้อปปิ้งย่านถนนคาร์ทเนอร์- กรุงเทพฯ
เช้ารับประทานอาหาร ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านผ่านชม “กรุงเวียนนา” เป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรีย  เวียนนาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในออสเตรีย เป็นศูนย์กลางทั้ง  เศรษฐกิจและการปกครอง มีประชากรประมาณ 1.6 ล้านคน มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก เป็นราชวงศ์ที่มีบทบาทเด่นที่สุดในประเทศ เวียนนาเป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองที่มั่งคั่งด้วยศิลปะและการดนตรีระดับโลกชื่อเสียงนี้เป็นผลมาจากนักประพันธ์บทเพลงวอลท์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้ใช้ช่วงชีวิตที่เวียนนาและสร้างผลงานฝากไว้ที่นี่  เช่น โวล์ฟกัง อามาเดอุส โมซาร์ท และ ลุดวิก ฟันเบโธเฟ่น  นำคณะเข้าชมความสวยงามภายใน “พระราชวังเชินบรุนน์” พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฮัปสบวร์กที่ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 17 โดยพระประสงค์ของ “ พระนางมาเรียเทเรซ่า” จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันที่ตั้งพระไทว่า จะสร้างพระราชวังแห่งนี้ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ในกรุงปารีส  ด้านหลังของพระราชวังในอดีตเคยใช้เป็นที่ล่าสัตว์ปัจจุบันได้ตกแต่งเป็นสวน และ น้ำพุอย่างสวยงาม อันเป็นที่มาของชื่อพระราชวังเชินบรุนน์ ในอดีตนั้นพระราชินีฝรั่งเศส มารีอังตัวเนต ได้เคยใช้ชีวิตช่วงวัยเด็ก ณ พระราชวังแห่งนี้ และ โมสาร์ทยังเคยมา บรรเลงดนตรี จักพรรดินโปเลียนเคยได้เสด็จมาประทับอยู่กับพระราชโอรสของพระองค์ สัมผัสความงามอันวิจิตรตระการตาภายในห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องแกลลอรี่, ห้องมิลเลี่ยน, ไชนีสรูม ห้องบอลลูม ใช้จัดงานเต้นรำ หรือแสดงดนตรี ปัจจุบันยังมีการใช้งานอยู่เป็นครั้งคราวฯลฯ ท่ามกลางอุทยานสวนดอกไม้นานาพันธุ์
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย

จากนั้นนำคณะเดินทางเข้าสู่ “ถนนคาร์ทเนอร์” ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย  เชิญท่านเลือกซื้อหาของฝากจากออสเตรีย อาทิเช่น เครื่องแก้วเจียระไน, คริสตัล ของที่ระลึก และ สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของยุโรป พร้อมแวะถ่ายรูป “โบสถ์เซนต์สตีเฟน” (St.Stephen Cathedral) หรือในภาษาเยอรมันว่า สเตฟานส์โดม (Stephansdom) เป็นโบสถ์เก่าแก่สร้างในศิลปะโกธิกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ถือเป็นโบสถ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศออสเตรีย  ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของโบสถ์นี้คือหอคอยทางทิศใต้ที่มีความสูงถึง 136.7 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 75 ปี และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1433 วิวจากยอดหอคอยแห่งนี้สามารถมองเห็นเวียนนาได้รอบด้าน สมควรแก่เวลา เดินทางสู่ สนามบิน

***อิสระอาหารค่ำ ณ แหล่งช้อปปิ้ง***
20.15 น.ออกเดินทางจาก กรุงเวียนนา โดย สายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS15
วันที่เก้ากรุงเทพฯ
11.15 น.เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ



ดาวน์โหลดใบจอง

   
            ดาวน์โหลดใบจอง (Word)       ดาวน์โหลดใบจอง (PDF)

เงื่อนไขในการจอง


อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ  (Economy Class)  
  • ค่าอาหารที่ระบุตามรายการ
  • ค่าภาษีสนามบินตามรายการ
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า Schengen

(เมื่อทำการยื่นวีซ่าแล้วทางสถานทูตจะไม่มีการคืนค่าธรรมเนียมวีซ่า ไม่ว่าวีซ่าจะผ่านหรือไม่ผ่าน)

  • ค่ารถรับ-ส่งและนำเที่ยวตามรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการ
  • ค่าทิปคนขับรถ และ ไกด์ท้องถิ่น
  • ค่าประกันอุบัติเหตุ ในวงเงิน 1,500,000.-บาท  เงื่อนไขตามที่ระบุในกรมธรรม์ (ไม่คุ้มครองโรคประจำตัว)
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าใบใหญ่ 1 ใบ ไม่เกิน 23 กก.
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด ค่าเครื่องดื่มพิเศษ , ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • ค่าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน 23 กก. และใบเล็กถือขึ้นเครื่องเกิน 8 กก. (ชั้นธุรกิจไม่เกิน 32 กก. 2 ใบ)  
  • ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการทำหนังสือเดินทางหายทุกกรณี
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ดูแลตลอดการเดินทาง
การจองและการชำระเงิน
  • กรุณาชำระมัดจำท่านละ 30,000 บาท ภายใน 3 วัน  
  • จากวันจองและชำระส่วนที่เหลือก่อนเดินทาง 15 วัน
  • กรุณาจัดเตรียมเอกสารและหนังสือเดินทาง ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 25 วัน
  • กรณีวีซ่ายังไม่ทราบผลก่อนเดินทาง 15 วันทำการ ทางบริษัทฯต้องขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนตามกำหนดเงื่อนไขการชำระเงิน แต่หากวีซ่าของท่านไม่ผ่านการพิจารณาจากทางสถานฑูต ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทางบริษัทจะคืนเงินค่าทัวร์ให้ท่าน โดยทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าใช่จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้นหากท่านจองและส่งเอกสารในการทำวีซ่าเข้าประเทศล่าช้า ไม่ทันกำหนดการออกตั๋วกับทางสารการบิน และผลของวีซ่าของท่านไม่ผ่าน บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่ามัดทั้งหมด
การยกเลิก
  • ยกเลิกการเดินทาง 45 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย 
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน ยึดมัดจำ 20,000 บาท 
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 25-30 วัน ยึดมัดจำทั้งหมด 30,000 บาท
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง  15-25 วัน   คิดค่าใช้จ่าย 75% ของราคาทัวร์ทั้งหมด 
  • ยกเลิกก่อนการเดินทางน้อยกว่า  15  วัน เก็บค่าใช้ใช้จ่าย 100 % ของราคาทัวร์ทั้งหมด 
  • ผู้เดินทางไม่สามารถเข้า – ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที หักค่าใช้จ่าย 100%
  • กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้วทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการค่ายื่นวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป อาทิ กรณีออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่าบริการในส่วนของทางเมืองนอก เช่น โรงแรม, รถไฟ ฯลฯ ไปแล้ว ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป

***** การยกเลิก ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินมัดจำทุกๆ กรณี *****

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับวีซ่า
  • การอนุมัติวีซ่าเป็นเอกสิทธิ์ของสถานทูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลางและคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น เงินค่าสมัครยื่นวีซ่า ทางสถานทูตเป็นผู้เก็บ หากผลวีซ่าออกมาว่าท่าน ไม่ผ่าน ทางสถานทูตจะไม่คืนเงินค่าวีซ่า และค่าบริการจากตัวแทนยื่นวีซ่าไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น และทางสถานทูตมีสิทธิ์ที่จะไม่ตอบเหตุผลของการปฏิเสธวีซ่าในทุกกรณี
  • กรณีที่ท่านวีซ่าผ่าน แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฏิเสธวีซ่า ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าวีซ่าและค่าบริการจากตัวแทนยื่นให้กับท่าน เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยสถานทูตเป็นผู้เรียกเก็บ และท่านสามารถนำวีซ่าไปใช้เดินทางได้ หากวีซ่ายังไม่หมดอายุ
หมายเหตุ 
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจ   แก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีทรัพย์สินสูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของหัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ 
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป หากต้องการเลือนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างของสายการบิน และบริษัททัวร์เรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัท ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และใน กรณียกเลิกการเดินทาง และได้ทำการออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว (กรณีตั๋ว Refund) ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 10 วัน ในกรณีที่ไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 15 ท่าน ( ผู้ใหญ่ ) และ/หรือ ผู้ร่วมเดินทางในคณะไม่สามารถผ่านการพิจารณาวีซ่าได้ครบ 15 ท่าน ซึ่งในกรณีนี้ทางบริษัทฯ ยินดีคืนเงินให้ทั้งหมดหักค่าธรรมเนียมวีซ่า หรือจัดหาคณะทัวร์อื่นให้ถ้าต้องการ
  • เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี 
  • กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานทูต เพื่อให้อยู่ใน ดุลพินิจของสถานทูต เรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศ จะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของบริษัทฯ เมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของ บริษัทฯ หรือชำระโดยตรงกับทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ จะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่าง ๆ ของเอกสารวีซ่า
  • ในกรณีที่มีการยื่นวีซ่าแล้วไม่มีการคืนเงินในทุกกรณี
  • ใน 1 วัน คนขับจะทำงานและพักผ่อนระหว่างขับรถรถรวมแล้วไม่เกิน 12 ชม. เช่น เริ่มเงิน 08.00น. ต้องจบงานภายใน 20.00 น. หากมีการเสียเวลาระหว่างวัน โปรแกรมอาจต้องแก้ไขปรับเปลี่ยน 
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ บริษัทฯสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะปกติเราใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา (เล่มสีเลือดหมู)
  • ท่านที่จะออกตั๋วภายในประเทศ เช่น จากเชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อนเพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้นๆยืนยันการเดินทาง หากท่านออกตั๋วโดยไม่ได้รับการยืนยันจากพนักงานแล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นได้

    **เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งข้างต้น **
ข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องโรงแรมที่พัก
  • เนื่องจากการวางแปลนแบบห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน อาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) และห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง (Triple Room) ห้องพักอาจไม่ติดกัน
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศจะมีในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น
  • กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมาก และห้องพักในโรงแรมเต็ม บริษัท ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยน หรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  • โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะ Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัด และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งอยู่ในการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆและแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกันด้วย หากท่านต้องการความสะดวกสบายและห้องใหญ่กว่า ท่านสามารถจ่ายเพิ่มเป็นห้องแบบ Double Single Use ได้

ค้นหา
คำค้น
ช่วงเวลา
รายการทัวร์
ค้นหา


 

สอบถามทาง Line