รายละเอียดทัวร์

www.TripleEnjoy.com
by Double Enjoy Travel Co., Ltd.

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Buengkum, BKK 10240
Tel: 02-379-2955  Hotline: 099-130-6886  Fax: 02-379-1163 (Auto)

 Website: www.tripleenjoy.com   E-mail: [email protected]


 

Juristic Identification No. 0125554005216                                                               TAT License No. 11/05307


หน้าแรก  Arrow ทัวร์ต่างประเทศ  Arrow ทัวร์ตุรกี  Arrow TE030 : ทัวร์แกรนด์ตุรกี พัก 5 ดาว (บินตรง + บินภายใน 1 ครั้ง) 10 วัน 7 คืน (TK)

TE030 : ทัวร์แกรนด์ตุรกี พัก 5 ดาว (บินตรง + บินภายใน 1 ครั้ง) 10 วัน 7 คืน (TK)

Turkish Airlines (TK)

พิมพ์ พิมพ์ ดาวน์โหลดโปรแกรทัวร์ ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์ ส่งอีเมล์ ส่งอีเมล์ คัดลอก URL คัดลอก URL
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
Anemon Hotel Konya
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
Grand Belish Hotel
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
Kolin Hotel
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
Ramada Plaza Antalya Hotel
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
Ramada Plaza Tekstilkent Hotel
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
Richmond Thermal Hotel
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
Uchisar Kaya Cave Hotel
TE030 : ทัวร์แกรนด์ตุรกี พัก 5 ดาว (บินตรง + บินภายใน 1 ครั้ง) 10 วัน 7 คืน (TK)

บินตรง + บินภายใน 1 ครั้ง
พักโรงแรม ระดับ 5 ดาว 6 คืน + พักโรงแรมถ้ำ 1 คืน
ล่องเรือทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน "ริเวียร่าแห่งตุรกี"


 

รายละเอียดการเดินทาง


วันแรกกรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)
19.00 น.พบกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์เช็คอิน U ประตู 9 สายการบินเตอร์กิช แอร์ไลน์ TK  เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกทางด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง
23.00 น.ออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดย สายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 69 [บินตรง] (ใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมง)
*สายการบิน มีบริการอาหารค่ำบนเครื่อง
วันที่สองฮิปโปโดม - สุเหร่าสีน้ำเงิน-โบสถ์เซนต์โซเฟีย - อุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน - เมืองชานัคคาเล่ - พระราชวังทอปกาปึ - ช้อปปิ้งแบรนด์เนม
04.00 น.เดินทางถึงสนามบิน กรุงอิสตันบูล Istanbul หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว 
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ฮิปโปโดรม Hippodrome หรือ สนามแข่งม้าโบราณ มีเสาโอเบลิสค์ซึ่งเหลือแค่ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร แต่กระนั้นก็ยังสวยงามน่าดูมาก เพราะทั้งเสามีงานแกะสลักอันมีความหมายและมีค่ายิ่ง

จากนั้นนำท่านชม สุเหร่าสีน้ำเงิน Blue Mosque ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะเขาใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน ซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ดอกกุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือ หอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ

จากนั้นนำท่านเดินต่อไปชม สถานที่ซึ่งเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง สุเหร่าเซนต์โซเฟีย Mosque of Hagia Sophia ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม ในอดีตโบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ภายในมีเสางามค้ำที่สลักอย่างวิจิตร และประดับไว้งดงาม 108 ต้น

นำท่านชม อ่างเก็บน้ำใต้ดินเยเรบาตัน Yerebatan Underground Cistern ซึ่งเป็นอุโมงค์เก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอิสตันบูล สามารถเก็บน้ำได้มากถึง 88,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 6 ภายในอุโมงค์มีเสากรีกต้นสูงใหญ่ค้ำเรียงรายเป็นแถวถึง 336 ต้น และมีเสาต้นที่โดดเด่นมากที่สุดคือ เสาเมดูซ่า

อิสระให้ท่านถ่ายภาพและชมความงามใต้ดินของอุโมงค์เก็บน้ำขนาดใหญ่ได้ตามอัธยาศัย
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่ายนำท่านชม พระราชวังทอปกาปึ Topkapi Palace สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1924 พิพิธภัณฑ์พระราชวังทอปกาปึ ห้องที่โด่งดังและเป็นที่สนใจคือห้องท้องพระคลังอันเป็นที่เก็บสมบัติ และวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยมีกริชแห่งทอปกาปึด้ามประดับด้วยมรกตใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัต เป็นไฮไลท์ที่สำคัญ

ส่งท้ายช่วงบ่ายด้วยการนำท่านสู่ อาณาจักรแหล่ง  ช้อปปิ้ง Istinye Park บ่ายวันนี้ถือว่าเป็นสวรรค์ของนักช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมตัวจริง กับแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุด หรูหราที่สุด พร้อมเป็นห้างที่รวบรวมสินค้าแบรนด์เนมที่มากที่สุด ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็น PRADA, LOUIS VITTON, HERMES, GUCCI, CHANEL และแบรนด์ ชั้นนำอีกมากมาย ชั้นล่างของห้างก็มีร้านอาหารหรูหรามากมาย หรือจะเลือกเป็นอาหาร Fast Food ก็มีหลากหลายให้ท่านเลือก เช่น Mc Donald’s, Burger King ร้านไอศกรีมต่าง ๆ 

สิ่งที่ต้องควรระวัง ห้าม ช้อปปิ้งสินค้าเพลินจนลืมนึกถึงน้ำหนักกระเป๋าขากลับต้องไม่เกิน 20 กิโลกรัม, ห้าม ช้อปปิ้งสินค้าเพลินจนลืม เวลาที่นัดหมายไว้, ห้าม พูดว่าครั้งแรกนึกว่าให้เวลาช้อปปิ้งนานเกินไป แต่พอถึงเวลานัดหมายกลับกลายเป็นให้เวลาช้อปปิ้งน้อยเกินไปยังซื้อสินค้าที่อยากได้ไม่ครบเลย สำหรับร้านอาหารบางร้านรับชำระเงินค่าอาหารด้วยเงิน ลีร่า เท่านั้น เพื่อความสะดวกท่านควรมีเงินลีร่าติดตัวไว้ด้วย
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
ที่พักRamada Plaza Tekstilkent Hotel 5 ดาว หรือเทียบเท่า มาตรฐานตุรกี 
วันที่สามล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส - พระราชวังโดลมาบาเช่ - ช้อปปิ้งตลาด สไปซ์ - เมืองชานัคคาเล่
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส Cruise Along the Bosphorus ซึ่งเป็นช่องแคบขนาดใหญ่และสองฝั่งมีความสวยงามมาก ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งระหว่างยุโรป และเอเชีย เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ The Black Sea เข้ากับ ทะเลมาร์มาร่า Sea of Marmara มีความยาว 32 กิโลเมตร ให้ท่านได้ชมทิวทัศน์ทั้งสองข้างที่สวยงามตระการตาของ ช่องแคบบอสฟอรัสที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย เพราะมีป้อมปืนตั้งเรียงรายอยู่ตามช่องแคบเหล่านี้

นำท่านเข้าชม พระราชวังโดลมาบาชเช่ Dolmabahce Palace พระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้เผยแผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย สุลต่าน อับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นผู้คลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอกมาจากตะวันตกทั้งสิ้น พระราชวังแห่งนี้ออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม ภายนอกพระราชวังประดับตกแต่งด้วยสวนไม่ดอกรายล้อมพระราชวัง ซึ่งอยู่เหนืออ่าวเล็ก ๆ ของช่องแคบบอสฟอรัส ภายในประกอบด้วยห้องต่าง ๆ ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้า บันไดลูกกรง แก้วเจียระไน และ โคมไฟมหึมาหนัก 4.5 ตัน ซึ่งแขวนไว้อย่างโดดเด่นในห้องท้องพระโรงใหญ่

ส่งท้ายครึ่งวันช่วงเช้าด้วยการนำท่านสู่ ย่านช้อปปิ้ง ตลาดสไปซ์ มาร์เก็ต Spice Market หรือตลาดเครื่องเทศ ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากได้ในราคาย่อมเยา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ ชาหรือกาแฟ รวมถึงผลไม้อบแห้งอันเลื่องชื่อของตุรกี อย่าง แอปปลิคอท หรือจะเป็นถั่วพิทาชิโอ ฯลฯ 
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
บ่ายนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชเลียบชายฝั่งสู่ เมืองอีเซียบัท Eceabat (ระยะทาง 307 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่บริเวณท่าเรือที่จะข้ามฟากสู่ เมืองชานัคคาเล่

ระหว่างทางท่านจะได้เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสลับกับรถวิ่งชายทะเล ผ่านบ้านเรือนของบรรดาเหล่าเศรษฐี ปศุสัตว์ แปลงการเกษตร เมืองถึงท่าเรือ ณ เมืองอีเซียบัทแล้ว 

นำท่านข้ามฟากสู่  เมืองชานัคคาเล่ Canakkale (ใช้เวลานั่งเรือ ประมาณ 45 นาที) ตั้งอยู่ริมทะเลมาร์มาร่า 
ค่ำรับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พักKolin Hotel  5 ดาว หรือเทียบเท่า 
วันที่สี่ม้าไม้เมืองทรอย - วิหารอะโครโปลิส - เมืองคูซาดาซึ
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านสู่ กรุงทรอย Troy ชม ม้าไม้แห่งกรุงทรอย Wooden Horse of Troy อันโด่งดัง เป็นหนึ่งในอาวุธยุทโธปกรณ์อันชาญฉลาดในสมัยนั้น สร้างขึ้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงใหลในมหากาพย์อีเลียดได้เห็นด้วยตาของตนเองอีกด้วย

ได้เวลาพอสมควรนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเปอร์กามัม Pergamum เป็นสถานที่ตั้งของโบราณสถานที่สำคัญ 
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่ายนำท่านชมความสวยงามของ วิหารอะโครโปลิส Acropolis ซึ่งถูกกล่าวขวัญถึงประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายมี โรงละครที่ชันที่สุดในโลกซึ่งจุผู้ชมได้ถึง10,000 คน ให้ท่านได้ถ่ายภาพกับโบราณสถานที่มีความสวยงาม และรู้ถึงความเฉลียวฉลาดของชาวเติร์กในสมัยโบราณ ให้ท่านได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ Kusadasi (ระยะทาง 199 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองท่าที่สำคัญทางการค้าอีกเมืองหนึ่งของตุรกี
ค่ำรับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
ที่พักGrand Belish Hotel  5 ดาว  หรือเทียบเท่า
วันที่ห้าบ้านพระแม่มารี - เมืองโบราณเอฟฟิซุส - เมืองปามุคคาเล่
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำเดินท่านสู่ เมืองโบราณเอฟฟิซุส City of Ephesus อดีต เป็นเมืองหลวงแห่งเอเชียของอาณาจักรโรมัน ชม อาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของ นครเอฟฟิซุส คือ ห้องสมุดของเซลซุส Library of Celsus และอาคารสำคัญอีกแห่งคือ วิหารแห่งจักรพรรดิเฮเดรียน Temple of Hadrian สร้างขึ้นถวายแด่จักรพรรดิเฮเดรียน ความโดเด่นของวิหารแห่งนี้คืออยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มาก

จากนั้นปิดท้ายกันที่สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครเอฟฟิซุส คือ โรงละคร Great Theatre ซึ่งสร้างโดยสกัดเข้าไปในไหล่เขาให้เป็นที่นั่ง สามารถจุคนได้ถึง 25,000 คน ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรในยุคนั้น สร้างสมัยกรีกโบราณ แต่พวกโรมันมาปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่ายนำท่านสู่เยี่ยมชม บ้านพระแม่มารี House of Virgin Mary ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยอยู่และสิ้นพระชนม์ในบ้างหลังนี้ ถูกค้นพบอย่าปาฏิหาริย์ โดยแม่ชีตาบอดชาวเยอรมัน ชื่อ แอนนา แคเทอรีน เอมเมอริช Anna Catherine Emmerich เมื่อปี ค.ศ. 1774-1824 ได้เขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตนเอง เมื่อเธอเสียชีวิตลง มีคนพยายามสืบเสาะค้นห้าบ้านหลังนี้ จนพบในปี ค.ศ. 1891 ปัจจุบันบ้านพระแม่มารีได้รับการบูรณะเป็นบ้านอิฐชั้นเดียว ภายในมีรูปปั้นของพระแม่มารี ซึ่งพระสันตปาปา โป๊ป เบเนดิกส์ที่ 6 ได้เคยเสด็จเยือนที่นี่ บริเวณด้านนอกของบ้าน มีก๊อกน้ำสามก๊อก ที่ มีความเชื่อว่าเป็นก๊อกน้ำที่มีความศักดิ์สิทธิ์ แทนความเชื่อในเรื่อง สุขภาพ ความร่ำรวย และความรัก ถัดจากก๊อกน้ำเป็น กำแพงอธิษฐาน ซึ่งมีความเชื่อว่าหากต้องการให้สิ่งที่ปรารถนาเป็นความจริงให้เขียนลงในผ้าฝ้ายแล้วนำไปผูกไว้แล้วอธิษฐาน

นำท่าน ช้อปปิ้ง ณ ศูนย์ผลิตเสื้อหนังคุณภาพสูง ซึ่งตุรกีเป็นประเทศที่ผลิตหนังที่มีคุณภาพที่สุด อีกทั้งยังผลิตเสื้อหนังส่งให้กับแบรนด์ดังในอิตาลี เช่น Versace , Prada , Michael kors  อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าได้ตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale (ระยะทางประมาณ 189 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก   

นำท่านชม ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ เมืองปามุคคาเล่ Pamukkale คำว่า “ปามุคคาเล่” ในภาษาตุรกี หมายถึง “ปราสาทปุยฝ้าย” Pamuk หมายถึง ปุยฝ้าย และ Kale หมายถึง ปราสาท เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดขึ้นจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นที่มีแร่หินปูน (แคลเซี่ยมออกไซด์) ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา “คาลดากึ” ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือ รินเอ่อล้นขึ้นมาเหนือผิวดิน และทำปฏิกิริยาจับตัวแข็งเกาะกันเป็นริ้ว เป็นแอ่ง เป็นชั้น ลดหลั่นกันไปตามภูมิประเทศเกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติ อันสวยงามแปลกตา และโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ยากจะหาที่ใดเหมือน จนทำให้ ปามุคคาเล่ ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1988

นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน 
ค่ำรับประทานอาหารค่ำแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ที่พักRichmond Thermal  Hotel  5 ดาว หรือเทียบเท่า 
วันที่หกเมืองปามุคคาเล่ - เมืองอันตาเลีย
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชม ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน นำท่านชมหน้าผาที่ขาวกว้างใหญ่ด้านข้างของอ่างน้ำ เป็นรูปร่างคล้ายหอยแครงและน้ำตกแช่แข็ง ถ้ามองดูจะดูเหมือนสร้างจากหิมะ เมฆหรือปุยฝ้าย น้ำแร่ที่ไหลลงมาแต่ละชั้นจะแข็งเป็นหินปูน ห้อยย้อยเป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างมหัศจรรย์ น้ำแร่นี้มีอุณหภูมิประมาณ 33-35 องศาเซลเซียส ประชาชนจึงนิยมไปอาบหรือนำมาดื่ม เพราะเชื่อว่ามีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคทางเดินปัสสาวะ และโรคไต ในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนสามารถรักษาโรคได้
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่ายนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองอันตาเลีย Antalya (ระยะทางประมาณ 220 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน Mediterranean Sea ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี เป็นอีกหนึ่งเมืองประวัติศาสตร์ ซึ่งสามารถย้อนกลับไปประมาณ 150 ปีก่อนคริสตกาล สำหรับตัวเมืองนั้นตั้งอยู่บนที่ราบชายฝั่งแคบๆ ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและท้องทะเลอันงดงาม จนนักท่องเที่ยวที่เคยมาเยือนล้วนให้การยกย่องว่าเป็น “ริเวียร่าแห่งตุรกี” ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวภายในเมืองนั้นก็มีทั้งส่วนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ถือว่ามีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมแบบบุฟเฟต์
ที่พักRamada Plaza Antalya Hotel  5 ดาว  หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ดเมืองอันตาเลีย - เมืองคอนย่า
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านชมความสวยงามของ เมืองอันตาเลีย Antalya ชมความงดงามของอนุสาวรีย์โบราณ รวมถึงกำแพงเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ “ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์” Hidirlik Tower อีกหนึ่งหอคอยที่มีความสำคัญ ซึ่งสร้างขึ้นจากหินสีน้ำตาลอ่อนเพื่อใช้เป็นป้อมปราการ หรือ ประภาคารในอดีต ฮิดิร์ลิค ทาวเวอร์ เป็นหอคอยทรงกลมที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นและเป็นจุดหมายทางด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมือง ปัจจุบันหอคอยถูกล้อมรอบไปด้วยร้านกาแฟและร้านอาหารมากมาย

จากนั้นนำท่านสู่ ประตูเฮเดรียน Hadrian’s Gate ประตูชัยซึ่งสร้างขึ้นตามชื่อของจักรพรรดิโรมันเฮเดรียน Roman Emperor Hadrian ในช่วงศตวรรษที่ 2 โดยประตูนั้นถูกสร้างขึ้นในรูปแบบทรงโค้ง จำนวน 3 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นประตูที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศตุรกีอีกด้วย จากนั้นนำท่านชม ท่าเรือโบราณ Old Habour ซึ่งปัจจุบันท่าเรือแห่งนี้ได้ถูกปรับปรุงให้เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวโดยยังคงเค้าโครงเดิมไว้

จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมความงามของอ่าวที่เป็นส่วนหนึ่งของทะเลเมดิเตอร์เนี่ยน Mediteranian Boat Trip เจ้าของสมญานาม “ริเวียร่าแห่งตุรกี” ให้ท่านได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดโดยการล่องเรือที่ตกแต่งคล้ายกับเรือโจรสลัด เรือจะพาท่านลัดเลาะไปตามหน้าผาต่างๆ ที่มีโรงแรมระดับ 5 ดาว สร้างเรียงรายอยู่ตามหน้าผา และที่พลาดไม่ได้เรือจะพาท่านล่องไปชมน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน นับว่าเป็นความแปลกใหม่ ซึ่งแตกต่างจากน้ำตกทั่วๆไปในเมืองไทย ส่วนใหญ่จะไหลลงด้านล่างจะเป็นลำธารน้ำ นับว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวอย่างท่านไม่ควรพลาด 
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวันแบบท้องถิ่นแบบบุฟเฟต์
บ่ายจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองแอสเพนโดส Aspendos ที่อยู่ห่างประมาณ 45 กิโลเมตร นำท่านชม โรงละครที่มีความยิ่งใหญ่ Roman Theater สัมผัสอย่างใกล้ชิด ซึ่งมีความสวยงามและสามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 20,000 คน มีเวทีแสดงด้านหลังที่ถูกสร้างขึ้นหลายชั้นเหมือนกับอพาร์ตเม้นท์ ที่มีห้องสำหรับนักแสดงเพื่อไว้เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย นอกจากนั้นทางด้านซ้ายและด้านขวายังมีทางที่ยื่นออกไปเหมือนกับระเบียงที่ติดต่อกับที่นั่ง

ผ่านชมโบราณสถาน ความสวยงามของโรงละคร ที่สามารถจุได้ประมาณ 15,000 คน ซึ่งมีเวทีที่สวยงาม ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนพร้อมด้วยภาพที่แกะสลักอย่างงดงาม ด้านนอกยังแบ่งออกเป็นสามส่วนที่ประดับด้วยน้ำพุ และยังมีซากโบราณอื่น ๆ เช่น เสาที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามที่อยู่บนทางเดิน สถานที่ทำการค้าขาย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า Konya ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรเซลจูค ในช่วงปี ค.ศ. 1071-1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญของภูมิภาคแถบนี้อีกด้วย ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทางของภูมิภาคตอนกลางของประเทศตุรกี
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมแบบบุฟเฟต์
ที่พักAnemon Hotel  5 ดาว หรือเทียบเท่า
วันที่แปดเมืองคอนย่า - เมืองคัปปาโดเกีย - โชว์ระบำหน้าท้อง
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

ท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์เมฟลานา Mevlana Museum เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามใช้สำหรับทำสมาธิ Whirling Dervishes โดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ย ก่อนไปทำการหมุนต้องอดอาหาร มีการเข้าห้องฝึกทรมานร่างกายก่อนที่จะไปหมุนได้ ผู้ที่มีสมาธิมากตัวจะลอยขึ้นเมื่อหมุนไปช่วงเวลาหนึ่ง ก่อตั้ง โดยเมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูมี่ ผู้วิเศษในศาสนาอิสลาม ส่วนหนึ่งของ พิพิธภัณฑ์เมฟลาเป็นสุสานของ เมฟลานา เจลาเลดดิน รูมี Mevlana Celaleddin Rumi ภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใน ภายในประดับประดาฝาผนังแบบมุสลิม โดยใช้สีมากมายตระการตาซึ่งหาชมได้ยาก และยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตรของเมฟลาด้วย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia (ระยะทาง 236 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.20 ชั่วโมง) ระหว่างทางให้ท่านได้แวะพักเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเข้าชม Caravansarine สถานที่พักแรมของพ่อค้าชาว เติร์ก สมัยออตโตมัน ที่ยิ่งใหญ่
 
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่ายนำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ Goreme Open Air Museum ซึ่งเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. 9 ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนาโดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์

ชม โบสถ์เซนต์บาร์บารา St. Barbar Church โบสถ์มังกร Snake Church และ โบสถ์แอปเปิ้ล Apple Church ให้ท่านได้ถ่ายรูปกับภูเขารูปทรงต่าง ๆ ได้ตามอัธยาศัย จากนั้นให้ท่านได้แวะชม โรงงานเซรามิค และ โรงงานเพชร อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย 
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารในโรงแรมแบบบุฟเฟต์

จากนั้นนำท่านชม “ระบำหน้าท้อง” Belly Dance ประกอบดนตรีของสาวน้อยชาวตุรกี
ที่พัก Uchisar Kaya Cave Hotel 5 ดาว หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ ในกรณีที่โรงแรมถ้ำเต็ม จะเปลี่ยนเป็นนอนโรงแรมระดับ 5 ดาว แทน !!
วันที่เก้า นครใต้ดินไคมัคลึ - ชมเมืองคัปปาโดเกีย - กรุงเทพมหานคร
05.00 น. สำหรับท่านที่สนใจ ทัวร์ขึ้นบอลลูน ชมพระอาทิตย์ยามเช้า พร้อมกัน ณ บริเวณล๊อบบี้ของโรงแรม 

(ทัวร์นั่งบอลลนนี้ไม่ได้รวมอยู่ในค่าทัวร์ ค่าขึ้นบอลลูนประมาณท่านละ 230 ดอลล่าสหรัฐ ในกรณีที่ชำระเป็นเงินสด และ 240 ดอลล่าสหรัฐ ในกรณีที่ชำระด้วยบัตรเครดิต)

เจ้าหน้าที่บริษัทบอลลูน รอรับท่าน เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่ควรพลาด 

(สำหรับท่านที่ไม่ได้ซื้อ ทัวร์ขึ้นบอลลูน อิสระพักผ่อนที่โรงแรมได้ตามอัธยาศัย)
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านชม นครใต้ดินไคมัคลี Underground City of Derinkuyu or Kaymakli   เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรูนครใต้ดินไคมัคลีมีชั้นล่างที่ลึกที่สุดลึกถึง 85 เมตร เมืองใต้ดินแห่งนี้มีครบเครื่องทุกอย่างทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน ฯลฯ 
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่ายนำท่านชม เมืองคัปปาโดเกีย Cappadocia ดินแดนที่มีภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แปรสภาพเป็นหุบเขาร่องลึก เนินเขา กรวยหิน และเสารูปทรงต่าง ๆ ที่งดงาม คัปปาโดเกีย Cappadocia เป็นชื่อเก่าแก่ภาษาฮิตไทต์ (ชนเผ่ารุ่นแรก ๆ ที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้) แปลว่า ดินแดนม้าพันธุ์ดี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของตุรกี เป็นพื้นที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และ ภูเขาไฟฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว เถ้าลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายทั่วบริเวณจนทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแส น้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ กัดเซาะกร่อนหิน แผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อย ๆ นับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูป แท่ง กรวย ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยายจนผู้คนในพื้นที่เรียกขานกันว่า ปล่องไฟนางฟ้า ในปี ค.ศ. 1985 ยูเนสโก้ได้ประกาศให้พื้นที่มหัศจรรย์แห่งนี้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งแรกของตุรกี

จากนั้นให้ท่านได้แวะชม โรงงานทอพรม อิสระกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกได้ตามอัธยาศัย  
เย็นรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน
19.35 น.ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดย สายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 2009 (ใช้เวลาในการบิน ประมาณ 1.30 ชั่วโมง) 
21.05 น.เดินทางถึงสนามบิน กรุงอิสตันบูล (แวะเปลี่ยนเที่ยวบิน)
วันที่สิบกรุงเทพมหานคร
01.25 น.ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK 68 (ใช้เวลาในการบิน ประมาณ 8.55 ชั่วโมง)
15.00 น.เดินทางถึง สนามบิน สุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ



ดาวน์โหลดใบจอง

   
            ดาวน์โหลดใบจอง (Word)       ดาวน์โหลดใบจอง (PDF)

เงื่อนไขในการจอง


อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นนักท่องเที่ยว สายการบิน เตอร์กิช แอร์ไลน์ส (น้ำหนักกระเป๋าเดินทาง ไม่เกิน 20 กิโลกรัม/ท่าน)
  • ค่าภาษีสนามบิน, ค่าภาษีน้ำมัน, ค่าประกันภัยทางอากาศ, ค่าภาษีประเทศตุรกี
  • ค่าประกันภัยการเดินทางวงเงิน 1,000,000.- บาท (ไม่ครอบคลุมผู้ที่มีอายุเกิน 85 ปี)
  • ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่), ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุในโปรแกรม, น้ำดื่มบริการบนรถ วันละ 1 ขวด
  • ค่าพาหนะ หรือ รถรับ-ส่ง ระหว่างนำเที่ยว, ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งตามโปรแกรมระบุ
  • เจ้าหน้าที่ไกด์คนไทย อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าซักรีด, ค่าโทรศัพท์, ค่าแฟกซ์, เครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุ
  • ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น (3.00USD / ท่าน / วัน), คนขับรถ (2.00USD / ท่าน / วัน) (คิดเป็น 8 วัน รวมเท่ากับ 40 USD)
  • ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย ท่านละ 3.00 USD /ท่าน / วัน (คิดเป็น 9  วัน รวมเท่ากับ  27 USD)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
กรณียกเลิกการเดินทาง
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง หักค่าใช้จ่าย 100% (สงกรานต์-ปีใหม่ 40 วัน)
เงื่อนไขการจองทัวร์ โปรแกรม
  • การชำระเงิน
    งวดที่1: สำรองที่นั่งมัดจำท่านละ 10,000.- บาท   ภายใน 3 วันหลังจากทำการจอง
    งวดที่2:    ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมด    ภายใน 45 วันล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

    *** เมื่อท่านชำระมัดจำแล้ว ไม่สามารถคืนเงินมัดจำได้ทุกกรณี ***
หมายเหตุ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทาง ในกรณีที่มีผู้เดินทางต่ำกว่า 20 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้า อย่างน้อย 20 วัน ก่อนการเดินทาง
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการท่องเที่ยว กรณีที่เกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย อาทิ การล่าช้าของสายการบิน  การนัดหยุดงาน  การประท้วง  ภัยธรรมชาติ  การก่อจลาจล  อุบัติเหตุ  ปัญหาการจราจร ฯลฯ   ทั้งนี้จะคำนึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้เดินทางไว้ให้ได้มากที่สุด
  • เนื่องจากการท่องเที่ยวนี้เป็นการชำระแบบเหมาจ่ายกับบริษัทตัวแทนในต่างประเทศ  ท่านไม่สามารถที่จะเรียกร้องเงินคืน ในกรณีที่ท่านปฏิเสธหรือสละสิทธิ์ ในการใช้บริการที่ทางทัวร์จัดให้ ยกเว้นท่านได้ทำการตกลง หรือ แจ้งให้ทราบ ก่อนเดินทาง
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น หากท่านถูกปฏิเสธการตรวจคนเข้าเมือง และไม่คืนเงินค่าทัวร์ที่ท่านชำระมาแล้ว  หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าเมือง อันเนื่องจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย หรือการหลบหนีเข้าเมือง 
  • ในกรณีที่ท่านจะใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางกับคณะ  บริษัทฯ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบ หากท่านถูกปฏิเสธการเข้าหรือออกนอกประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะโดยปกตินักท่องเที่ยวใช้หนังสือเดินทางบุคคลธรรมดา เล่มสีเลือดหมู
  • หากในคณะของท่านมีผู้ต้องคอยดูแลเป็นพิเศษที่ต้องนั่งรถเข็น Whellchair, เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและสมาชิกภายในครองครัวของท่านจะต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครองครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นที่จะต้องคอยดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
ตั๋วเครื่องบิน
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับ หากท่านต้องการเลื่อนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างที่สายการบินเรียกเก็บ เป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ และในกรณียกเลิกการเดินทาง ถ้าทางบริษัทฯได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น 
    (ในกรณีที่ตั๋วเครื่องบินสามารถทำการ Refund ได้เท่านั้น)
  • ท่านที่จะออกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ โปรดแจ้งฝ่ายขายก่อน เพื่อขอคำยืนยันว่าทัวร์นั้น ๆ ยืนยันการเดินทางได้แน่นอน หากท่านออกตั๋วภายในประเทศโดยไม่ได้รับการยื่นยันจากพนักงานแล้วทัวร์นั้นยกเลิก บริษัทฯ ไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศได้
กระเป๋าเล็กถือติดตัวขึ้นเครื่อง
  • กรุณางดนำของมีคมทุกชนิด ใส่ในกระเป๋าใบเล็กที่จะถือขึ้นเครื่องบิน เช่น มีดพับ กรรไกรตัดเล็บทุกขนาด ตะไบเล็บ เป็นต้น กรุณาใส่ในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ห้ามนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินโดยเด็ดขาด
  • วัตถุที่เป็นลักษณะของเหลว อาทิ ครีม โลชั่น น้ำหอม ยาสีฟัน เจล สเปรย์ และเหล้า เป็นต้น จะถูกทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะอนุญาตให้ถือขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ชิ้น ในบรรจุภัณฑ์ละไม่เกิน 100ml. แล้วใส่รวมเป็นที่เดียวกันในถุงใสพร้อมที่จะสำแดงต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามมาตราการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO)
  • หากท่านซื้อสินค้าปลอดภาษีจากสนามบิน จะต้องปิดผนึกถุงโดยระบุ วันเดินทาง เที่ยวบิน จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และห้ามมีร่องรอยการเปิดปากถุงโดยเด็ดขาด
สัมภาระและค่าบริการพนักงานยกกระเป๋า
  • สำหรับน้ำหนักของสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้โหลดใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้น ประหยัด / Economy Class Passenger ซึ่งขึ้นกับแต่ละสายการบิน) การเรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธิ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฏิเสธได้ หากน้ำหนักกระเป๋าเดินทางเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • สำหรับกระเป๋าสัมภาระที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และมีความกว้าง(9.75 นิ้ว) + ยาว (21.5 นิ้ว) + สูง (18 นิ้ว)
  • ในบางรายการทัวร์ ที่ต้องบินด้วยสายการบินภายในประเทศ น้ำหนักของกระเป๋าอาจจะถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับภาระ ความรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในน้ำหนักส่วนที่เกิน
  • กระเป๋าและสัมภาระที่มีล้อเลื่อนและมีขนาดใหญ่เกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นกระเป๋าถือขึ้นเครื่องบิน Hand Carry

ค้นหา
คำค้น
ช่วงเวลา
รายการทัวร์
ค้นหา