รายละเอียดทัวร์

www.TripleEnjoy.com
by Double Enjoy Travel Co., Ltd.

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Buengkum, BKK 10240
Tel: 02-379-2955  Hotline: 099-130-6886  Fax: 02-379-1163 (Auto)

 Website: www.tripleenjoy.com   E-mail: [email protected]


 

Juristic Identification No. 0125554005216                                                               TAT License No. 11/05307


หน้าแรก  Arrow ทัวร์ต่างประเทศ  Arrow ทัวร์ญี่ปุ่น  Arrow TE303 : ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด โอตารุ เกาะเระบุน เกาะริชิริ 7 วัน 4 คืน (NH)

TE303 : ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด โอตารุ เกาะเระบุน เกาะริชิริ 7 วัน 4 คืน (NH)

All Nippon Airways (NH)

พิมพ์ พิมพ์ ดาวน์โหลดโปรแกรทัวร์ ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์ ส่งอีเมล์ ส่งอีเมล์ คัดลอก URL คัดลอก URL
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
ANA CROWNE PLAZA HOTEL WAKKANAI
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
ISLAND RISHIRI
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
SAPPORO EXCEL HOTEL TOKYU
เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม เรทโรงแรม
SOUNKYO KAKU GRAND HOTEL
TE303 : ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด โอตารุ เกาะเระบุน เกาะริชิริ 7 วัน 4 คืน (NH)

กำหนดการเดินทาง


รหัสทัวร์วันที่เดินทางเดินทางโดยราคาเริ่มต้นสถานะ
TE303-00221-27 ก.ค. 61All Nippon Airways (NH)84,900จองด่วน
 

รายละเอียดการเดินทาง


วันแรกประเทศไทย - ท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ (กรุงเทพมหานคร) 
19:00 น. คณะพร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 เคาน์เตอร์ L เคาน์เตอร์สายการบินออลนิปปอน ประตูทางเข้าหมายเลข 6 เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก บริเวณเคาน์เตอร์

หมายเหตุ เคาน์เตอร์เช็คอินปิดบริการก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 60 นาที หลังจากที่ผู้โดยสารทุกท่านได้รับบัตรขึ้นเครื่องแล้ว กรุณาทำการตรวจสอบประตูขึ้นเครื่องกับหน้าจอมอนิเตอร์ก่อนขึ้นเครื่องอีกครั้ง เนื่องจากประตูขึ้นเครื่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อันเนื่องมาจากเหตุผลของทางสนามบินและสายการบิน และขอเรียนเชิญผู้โดยสารทุกท่านพร้อมกัน ณ ห้องผู้โดยสารประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 30 นาที
21:45 น. ออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบินออลนิปปอน เที่ยวบิน NH 850 (เวลาท้องถิ่นประเทศญี่ปุ่นเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง กรุณาปรับเป็นเวลาท้องถิ่นเพื่อนัดหมาย)
วันที่สองประเทศญี่ปุ่น - เกาะฮอนชู - สนามบินนานาชาติฮาเนดะ (มหานครโตเกียว)  บินภายในประเทศโดยสายการบินออลนิปปอน - เที่ยวบินที่ NH 571 - เกาะ ฮอกไกโด - สนามบินภายในประเทศวัคคะไน - สวนสาธารณะวัคคะไน - ชมวิวแหลมโนะชัปปุ (ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า) 
05:55 น. เดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น ณ สนามบินนานาชาติฮาเนะดะ บนเกาะฮอนชู เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง และทำการตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยรอต่อเครื่องภายในประเทศ สู่เกาะฮอกไกโด 
10:25 น. เหินฟ้าสู่ สนามบินภายในประเทศสนามบินวัคคะไน บนเกาะฮอกไกโด เกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินออลนิปปอน เที่ยวบินที่ NH 571 
12:15 น. เดินทางถึง สนามบินวัคคะไน เมืองวัคคะไนเป็นเมืองที่ตั้งอยู่เหนือสุดของเกาะฮอกไกโด และเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น เมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าเพื่อใช้ข้ามไปยังเกาะซาคาลิน (SAKHALIN) เกาะที่เคยอยู่ภายใต้อำนาจของประเทศญี่ปุ่นในอดีต หลังจากประเทศญี่ปุ่นแพ้สงครามประเทศรัสเซียได้ทำการยึดเกาะนี้เป็นของรัสเซียในปัจจุบัน ปัจจุบันเริ่มกลับมาคึกคักขึ้นในการค้าขายกับรัสเซียอีกครั้ง
13:30 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
15:00 น. นำท่านเยี่ยมชม “สวนสาธารณะวัคคะไน” เป็นสวนที่มีขนาดใหญ่ อยู่ทางตะวันตกของเมืองวัคคาไน สวนสาธารณะวัคคาไน เป็นสถานที่ตั้งอนุสาวรีย์สำคัญหลายอย่าง เช่น “อนุสาวรีย์สุนัขซาคาลิน” เพื่อย้อนรำลึกในปี 1957 ได้มีการส่งทีมผู้เดินทางทีมแรกจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อออกเดินทางสู่ทวีปแอนตาร์กติกา พร้อมกับส่งสุนัขจากเกาะซาคาลิน 20 ตัว ร่วมเดินทางไปในทีมเดินทางครั้งนี้ด้วย ด้วยสภาพอากาศที่โหดร้ายในทวีปแอนตาร์กติกา ทำให้ทีมผู้เดินทางต้องถอนตัวกลับ แต่มีเพียงแค่สุนัข 15 ตัว ไม่สามารถนำกลับมาได้ และถูกปล่อยไว้ที่นั่น ในปีต่อมาทางทีมผู้เดินทางได้เดินทางกลับไป พบเพียงแต่สุนัขที่เหลืออยู่เพียงสองตัวเท่านั้น คือ ทาโร่ และ จิโร่ เป็นที่น่าแปลกใจและอัศจรรย์อย่างยิ่งที่สุนัขทั้งสองสามารถรอดชีวิตอยู่ได้ ทางเมืองวัคคะไนจึงสร้างอนุสาวรีย์เพื่อรำลึก...

 “ประตูเฮียวเซะทสึ” นับเป็นใบหน้าของสวนสาธารณะวัคคะไน สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติ์แก่ผู้ที่เสียชีวิต และต้องการให้เกาะซาคาลินได้กลับมาเป็นของประเทศญี่ปุ่น...

นำท่านเยี่ยมชม “แหลมโนะชัปปุ” เป็นแหลมที่อยู่ทางเหนือของฮอกไกโด และนับได้ว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่ตรึงตาตรึงใจผู้ที่มีอากาศได้มาเยี่ยมชมอย่างมาก...
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก ANA CROWNE PLAZA HOTEL WAKKANAI หรือเทียบเท่า

หมายเหตุ ในค่ำคืนนี้กรุณาจัด OVER NIGHT BAG สำหรับ 2 คืน เพื่อใช้สำหรับการเข้าพักในโรงแรมคืนถัดไป เนื่องจากโรงแรมในประเทศญี่ปุ่นไม่มีพนักงานยกกระเป๋าบริการ โดยเฉพาะโรงแรมต่างจังหวัด ลิฟต์โดยสารมีขนาดเล็ก และมีผู้ใช้บริการมาก จึงไม่สะดวกในการนำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าเช็คอิน
วันที่สามวัคคะไน - ท่าเรือวัคคะไน - ล่องเฟอร์รี่สู่เกาะเระบุน (ชั้นเฟิร์สคลาส) - ท่าเรือคาฟุคะ - จุดชมวิวแหลมสุโคตัน - จุดชมวิวแหลมซาคาอิ - หอสังเกตุการณ์โมะโมะอิวะเนะโกะอิวะ - ล่องเฟอร์รี่สู่เกาะริชิริ (ชั้นเฟิร์สคลาส)  ประสบการณ์ใหม่ลองชิมไข่หอยเม่นสด - บึงโอะทาโตะมาริ - จุดชมวิวแหลมเซ็มโบชิ - พักค้างคืนบนเกาะริชิริ - อาบน้ำแร่ญี่ปุ่นธรรมชาติ
05:00 น. รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม

นำท่านออกเดินทางสู่ “ท่าเรือวัคคะไน” (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปยังท่าเรือประมาณ 15 นาที)   ระหว่างทางท่านจะได้เห็นสิ่งปลูกสร้างที่มีขนาดใหญ่ ลักษณะคล้ายอาคารที่มีหลังคาโค้งเป็นแนวทอดตัวยาวไปตามชายฝั่งที่เรียกว่า “แนวกำแพงกันคลื่น” มีขนาดใหญ่ สูง 13 เมตร ยาว 427 เมตร สร้างขึ้นในปี 1930 เพื่อป้องกันคลื่น และกระแสลมที่พัดเข้ามาในบริเวณท่าเรือ การออกแบบแบบทรงโค้งนี้ช่วงลดแรงต้านลมได้ และมีเสาแบบโรมันแปลกตา ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองวัคคะไน 
06:20 น. นำท่าน “ล่องเฟอร์รี่” โดยเรือสำราญเดินสมุทรใหญ่ บริษัท HEARTLAND FERRY เพื่อมุ่งหน้าสู่  “ท่าเรือคาฟุคะ” บน “เกาะเระบุน” โดยชั้นโดยสารเฟิร์สคลาส ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 1:55 ชั่วโมง
08:15 น. เดินทางถึง “ท่าเรือคาฟุคะ” เกาะเระบุนจะมีรูปร่างทอดตัวยาว ทางตอนเหนือของเกาะห่างจากเกาะริชิริประมาณ 10 กิโลเมตร และห่างจากทางเหนือของเกาะฮอกไกโดประมาณ 50 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาติ ริชิริ-รีบุน-ซาโรเบะสึ บนเกาะแห่งนี้อุดมไปด้วยพรรณไม้หลากหลายสายพันธุ์ เช่น ดอกอัลไพน์ที่หาดูได้ยาก ซึ่งดอกไม้เหล่านี้จะบานในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ชมทิวทัศน์ที่งดงามประกอบด้วย ทะเลน้ำใส อ่าว และหน้าผาบริเวณที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ ในบริเวณนี้ยังมีต้นไม้หายากจำนวนมากอีกด้วย และลักษณะที่สำคัญเมื่อเดินทางมาถึงเกาะนี้ คือ ท่านจะไม่สามารถหาต้นไม้ใหญ่ได้เหมือนกับเขตอื่นในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นภาพที่แปลกตาอย่างยิ่ง...

นำท่านเดินทางสู่ “จุดชมวิวแหลมสุโคตัน” เป็นแหลมที่ตั้งอยู่เหนือสุดของเกาะเระบุน ซึ่งสามารถมองเห็นเกาะโทโดะที่อยู่นอกชายฝั่ง ในกรณีวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งท่านอาจมองเห็นเกาะซาคาลินอีกด้วย...

นำท่านสู่ “จุดชมวิวแหลมซุคาอิ” แหลมที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเระบุน จุดชมวิวยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีน้ำทะเลที่ใส และท้องฟ้าที่สวยงาม... นำท่านเดินทางสู่ “จุดชมวิว โมะโมะอิวะเนะโกะอิวะ”

นำท่านขึ้น “หอสังเกตการณ์” สู่ด้านบน เพื่อมองลงมายังยังภูเขาทั้งสองลูก ซึ่งจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน คือ โมะโมะอิวะ จะเป็นภูเขาที่มีลักษณะลูกท้อ ส่วนเนะโกะอิวะ จะเป็นภูเขาที่มีลักษณะเป็นแมว นับเป็นจุดชมวิวที่ดูแปลกตา และเนื่องด้วยเกาะนี้ไม่มีต้นไม้สูง จึงเห็นเนินเขามีลักษณะเหมือนปลูกต้นหญ้าคลุมหน้าดิน จึงไม่มีต้นไม้ใหญ่ปิดบังทัศนียภาพให้รำคาญใจ
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่ “ท่าเรือคาฟุคะ”
14:15 น. นำท่าน “ล่องเฟอร์รี่” โดยเรือสำราญเดินสมุทรใหญ่ บริษัท HEARTLAND FERRY เพื่อมุ่งหน้าสู่  “ท่าเรือโอะชิโดะมาริ” บน “เกาะริชิริ” โดยชั้นโดยสารเฟิร์สคลาส ซึ่งใช้ระยะเวลาประมาณ 30 นาที
 
15:00 น. เดินทางถึง “ท่าเรือโอะชิโดะมาริ” บน “เกาะริชิริ” เป็นเกาะเล็ก ๆ ห่างจากทางด้านทิศเหนือของเกาะฮอกไกโดไป 20 กิโลเมตร มีเส้นรอบวงเกาะประมาณ 60 กิโลเมตร ศูนย์กลางของเกาะ คือ ภูเขาไฟชิริชิ เป็นภูเขาไฟที่สงบแล้ว ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานแห่งชาติ ริชิริ-รีบุน-ซาโรเบะสึ ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่เพียง 6,000 คน และประกอบอาชีพหลัก คือ การทำประมง และการท่องเที่ยว...
     
นำท่านเปิดประสบการแปลกใหม่ ด้วยการทดลองให้ท่านได้ลิ้มรสและสัมผัสกับรสชาติที่แสนอร่อยของ “ไข่หอยเม่นสด” ซึ่งนี่นับเป็นวิถีชีวิตของคนบนเกาะ และลักษณะการทานอาหารแบบสดของชาวเมือง...

นำท่านเยี่ยมชม “จุดชมวิวบึงโอะทาโตะมาริ” เป็นบึงที่มีขนาดเล็กตั้งอยู่บนเกาะริชิริทางเหนือของเกาะฮอกไกโด ท่านสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศที่เบื้องหน้าเป็นบึงน้ำจืด และถัดออกไปเป็นภูเขาริชิริ ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามและแปลกตา เนื่องด้วยภูเขาริชิริมีลักษณะฐานกว้างและมียอดเขาที่แหลมสูง 1,721 เมตร และถูกเรียกในนาม “ริชิริฟูจิ” อีกด้วย...

นำท่านเดินทางสู่ “จุดชมวิวแหลมเซ็มโบชิ” ตั้งอยู่ทางด้านใต้สุดของเกาะริชิริ ลักษณะเด่นของที่นี่จะมีโขดหินที่มีลักษณะรูปร่างแปลก นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่มีชื่อเสียงเรื่องการดูแมวน้ำทะเล ท่านสามารถให้อาหารแมวน้ำได้ในระยะใกล้ชิดซึ่งแมวน้ำที่นี่ดูมีความเป็นมิตรและสนิทสนมกับนักท่องเที่ยวอย่างมาก...
ค่ำ รับประทานอาหารอาหารค่ำในโรงแรม...

บริการท่านด้วยบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ที่มีอาหารให้ท่านได้เลือกสรรตามที่ต้องการมากกว่า 60 ชนิด ซึ่งวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารเป็นของท้องถิ่นทั้งสิ้น
ที่พัก ISLAND RISHIRI หรือเทียบเท่า 

พิเศษ ณ โรงแรมแห่งนี้ท่านจะได้สัมผัสกับการอาบน้ำแร่ญี่ปุ่น เพื่อเป็นการพักผ่อนจากการที่ได้เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางหรือทำกิจกรรมมาตลอดทั้งวัน การแช่น้ำแร่ธรรมชาติเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมและเก่าแก่ของชาวญี่ปุ่นมาช้านานจนกระทั่งปัจจุบัน ได้รับการรักษาและสืบทอดกันมาอย่างดี เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในนานาประเทศ และเชื่อในเรื่องการบำรุงการไหลเวียนโลหิต การบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามข้อกระดูก บรรเทาอาการปวดศีรษะ การบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล
วันที่สี่เกาะริชิริ - ท่าเรือโอะชิโดะมาริ - ล่องเฟอร์รี่สู่ท่าเรือวัคคะไน (ชั้นเฟิร์สคลาส)  จุดชมวิวแหลมโซยะเหนือสุดบนแผ่นดินญี่ปุ่น - เมืองมมเบะทสึ - พิพิธภัณฑ์ธารน้ำแข็งวิทยาศาสตร์ “กิซะ” - เมืองโซอุนเคียว - อาบน้ำแร่ญี่ปุ่นธรรมชาติ
เช้ารับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
     
นำท่านเดินทางสู่ “ท่าเรือโอะชิโดะมาริ” 
08:30 น. นำท่าน “ล่องเรือเฟอร์รี่” โดยเรือสำราญเดินสมุทร บริษัท HEARTLAND FERRY เพื่อมุ่งหน้าสู่  “ท่าเรือวัคคะไน” บน “เกาะฮอกไกโด” โดยชั้นโดยสารเฟิร์สคลาส ใช้เวลาประมาณ 1:40 ชั่วโมง
10:10 น. เดินทางถึง ท่าเรือวัคคะไน... 

นำท่านเดินทางสู่ “แหลมโซยะ” จุดเหนือสุดบนแผ่นดินของญี่ปุ่น อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองวัคคาไน ห่างไปประมาณ 30 กิโลเมตร บริเวณแหลมมีสัญลักษณ์ NORTHERNMOST POINT MONUMENT ซึ่งทำเป็นรูปสามเหลี่ยม และรูปปั้นของ MAMIYA RINZO นักสำรวจชาวญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในปลายยุคโชกุน เป็นผู้สำรวจเกาะซาคาลิน...
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมือง “มมเบะทสึ” (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 3:30 ชั่วโมง) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอกไกโด เป็นเมืองท่าที่สำคัญและติดกับทะเลโอฮอค ซึ่งเป็นฝั่งทะเลที่อุดมไปด้วยอาหารสดที่มีคุณภาพสูง รสชาติอร่อย...

นำท่านเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์น้ำแข็งกิซะ” แหล่งรวบรวมความรู้ทุกแขนงที่เกี่ยวข้องกับทะเลโอคอตสก์ ตั้งแต่การดำรงชีวิตของสัตว์บริเวณทะเลน้ำแข็ง ตลอดจนการแสดงสัตว์ประเภทต่าง ๆ ที่สามารถใช้ชีวิตภายใต้อากาศที่เย็นจัด รวมถึงคลีโอเน่ (นางฟ้าทะล = SEA ANGEL) สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะพิเศษซึ่งสามารถหาพบได้บริเวณทะเลโอคอตสก์เท่านั้น ภายในพื้นที่จัดการแสดงได้ถูกปรับให้มีความเย็นใกล้เคียงกับพื้นที่จริงนั่นคือมีความเย็นประมาณ -20°C ผู้ที่เข้าไปชมการแสดงภายในจะต้องสวมใส่ชุดกันหนาวที่ทางพิพิธภัณฑ์เตรียมไว้ให้ นอกจากนี้ยังมีมุมห้องสมุดที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณทะเลโอคอตสก์ มุมกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น การชมความสวยงามของก้อนน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือ (DRIFT ICE) ด้วยระบบ 3 มิติ หรือ การเป่าฟองสบู่ที่กลายเป็นน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว หรือผ้าชุบน้ำที่เพียงแค่สะบัดก็แข็งทื่อไปในพริบตา…

นำท่านเดินทางสู่เมือง “โซอุนเคียว” (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2:30 ชั่วโมง) ชมวิวทิวทัศน์สวยงามสองข้างทางดั่งจิตรกรที่รังสรรค์ขึ้น จัดเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้สรรสร้างขึ้นมา ท่านจะได้พบกับหน้าผาหินที่มีความสวยงามอย่างธรรมชาติ ซึ่งมีความยาวถึง 24 กิโลเมตร มีความสูงถึง 150 เมตร ในช่วงฤดูหนาวถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะขาวสะอาดอีกหนึ่งบรรยากาศที่หาชมยาก… 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำในโรงแรม…

บริการท่านด้วยบุฟเฟ่ต์นานาชาติซึ่งมีหลากหลายชนิด ที่มีอาหารให้ท่านได้เลือกสรรตามที่ต้องการ และวัตถุดิบที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารเป็นของท้องถิ่นทั้งสิ้น
ที่พัก SOUNKYO KAKU GRAND HOTEL หรือเทียบเท่า

พิเศษ ณ โรงแรมแห่งนี้ท่านจะได้สัมผัสกับการอาบน้ำแร่ญี่ปุ่น เพื่อเป็นการพักผ่อนจากการที่ได้เหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางหรือทำกิจกรรมมาตลอดทั้งวัน การแช่น้ำแร่ธรรมชาติเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมและเก่าแก่ของชาวญี่ปุ่นมาช้านานจนกระทั่งปัจจุบัน ยังคงได้รับการรักษาและสืบทอดต่อมากันเป็นอย่างดี เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในนานาประเทศ และเชื่อในเรื่องการบำรุงการไหลเวียนโลหิต 
วันที่ห้าโซอุนเคียว - ทุ่งข้าวบาร์เลย์บิเอ - ฟุราโน่ - ทุ่งลาเวนเดอร์โชเอ (นั่งกระเช้าห้อยขา) - ทุ่งลาเวนเดอร์ฟาร์มโทมิตะ - ซัปโปโร - อัพเกรดพิเศษมื้อค่ำบุฟเฟ่ต์ประเภทปิ้งย่างอาหารทะเล พร้อมปูยักษ์ 3 ชนิด และซอฟท์ดริ้งค์ (ไม่อั้น)
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
     
นำท่านเดินทางผ่านเมือง “บิเอ” (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1:30 ชั่วโมง)  ซึ่งท่านจะสามารถ “ชมความงามแห่งทุ่งข้าวบาร์เล่ย์” นอกจากมีแปลงดอกไม้แล้วก็ยังปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น ข้าวโพด มันผรั่ง ข้าวบาร์เล่ย์ทำให้เกิดภาพวิวทิวทัศน์แบบพาโนราม่าวิวระหว่างสองข้างทางที่เต็มไปด้วยทุ่งข้าวบาร์เล่ย์สลับกับไร่ข้าวโพด และมันฝรั่งสีเขียวสดโดยมีสีฟ้าครามของท้องฟ้าตัดเป็นฉากหลัง ซึ่งเป็นถนนที่ทำให้ระลึกถึงชนบทของยุโรป...

นำท่านสู่ “จุดชมวิวโฮะคุเซะอิโนะโอกะ” ลักษณะของอาคารถูกสร้างเป็นรูปทรงพีระมิดบนเนินสูง ในการชมวิวสามารถทำให้มองเห็นทัศนียภาพโดยรอบที่มีสีสันสวยงาม โดยปกติสถานที่แห่งนี้ใช้ในการถ่ายทำรายการทางโทรทัศย์ และการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในการชมพระอาทิตย์ตกดิน ท่านยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ของเนินเขาที่กว้างใหญ่ของเทือกเขาทะอิเซะทสึ สัมผัสบรรยากาศของฮอกไกโดได้อย่างใกล้ชิด...

นำท่านผ่านชมสถานที่ถ่ายทำโฆษณารถยนต์ที่มีชื่อเสียงในปี 1972 ในนามต้นไม้ KEN AND MARRY TREE นอกจากนี้ยังมีสถานที่ถ่ายทำโฆษณาบุหรี่ที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น MILD SEVEN HILL และ SEVEN STAR ซึ่งสามารถชมได้เฉพาะในช่วงพฤษภาคมถึงตุลาคมเท่านั้น และจะถูกปิดในช่วงหน้าหนาว...

นำท่านเดินทางสู่เมือง “ฟุราโน่” เมืองเล็ก ๆ ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเยี่ยมชมในช่วงฤดูกาลของดอกไม้ และฤดูแห่งหิมะ ตั้งอยู่ใจกลางจังหวัดฮอกไกโด มีภูมิทัศน์แบบชนบทที่งดงาม ในเดือนกรกฎาคมเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ และ ช่วงฤดูหนาวเมืองแห่งนี้จะเป็นที่นิยมสำหรับการทำกิจกรรมหน้าหนาว...
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชมความงามแห่ง “ดอกลาเวนเดอร์ฟาร์มโชเอ” โดยการนำท่าน “นั่งกระเช้าห้อยขา” สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุดภิรมย์สู่ด้านบนเนินเขาสูง ซึ่งท่านจะสามารถรับชมวิวโดยกว้างของเมืองฟุราโนะ เก็บภาพความประทับใจ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และการผันแปรของฤดูกาล)...

นำท่านเดินทางสู่ “ฟาร์มโทมิตะ” ฟาร์มแห่งแรกของเมืองฟุราโนะที่ริเริ่มการปลูกดอกลาเวนเดอร์ขึ้น และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองฟุราโนะที่ต้องไปเยือน ท่านจะได้สัมผัสกับความงามของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่แข่งกันชูช่อเบียดกันแน่นเต็มฟาร์มบนภูเขา ส่งกลิ่นหอมกระจายไปทั่วทุ่ง ให้ท่านได้ถ่ายภาพแห่งความประทับใจกับทุ่งดอกไม้สีรุ้งที่อยู่ใกล้กัน นับได้ว่าเป็นจุดเด่นที่สุดที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาเยี่ยมชมฟาร์มแห่งนี้ ฟาร์มเหล่านี้จะปลูกแซมด้วยดอกไม้นานาพันธุ์หลากสีสันหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นสีม่วง สีชมพู สีเหลือง สีขาว ฯลฯ  (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และการผันแปรของฤดูกาล)...

นำท่านเดินทางสู่ศูนย์กลางความเจริญบนเกาะฮอกไกโด “ซัปโปโร” เมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ติดอันดับห้าของประเทศญี่ปุ่น (ประมาณ 1.6 ล้านคน) เมืองที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การศึกษา การเมืองการปกครอง และที่นี้เองยังเคยเป็นสถานที่ๆ เคยจัดโอลิมปิคในช่วงฤดูหนาว...

สถานี รถไฟซัปโปโร สถานที่ถือได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ทันสมัย ร้านค้า ร้านอาหารมากมายที่คอยตอบสนองความต้องการชาวฮอกไกโด ซึ่งในสมัยอดีตกาลฮอกไกโดเคยถูกเรียกว่า “เอะโซะ” เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองอย่างชาวไอนุ และตั้งแต่ ปี 1603 หรือในสมัยเอะโดะ คนญี่ปุ่นก็เริ่มเข้ามาปักหลักอาศัยในเกาะแห่งนี้ จนสิ้นยุคสมัยเมย์จิ ในปี 1868 ชื่อ “เอะโซะ” ถูกประกาศเป็นรัฐอิสระและเปลี่ยนชื่อเป็น “ฮอกไกโด” ซึ่งในช่วงยุคบุกเบิกนั้น แรงงานส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากนักโทษในเรือนจำอะบาชิริ จึงถือได้ว่าคนเหล่านี้คือผู้บุกเบิกฮอกไกโดที่แสนรกร้าง...
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พิเศษ!!! บริการท่านด้วยอัพเกรดบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง อาหารทะเลหลากหลายชนิด เช่น กุ้ง หอยเชลล์ หอยนางรม ปู 3 ชนิด ทั้งปูขน ขาปูยักษ์ ขาปูสึไว รวมทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา เนื้อแกะ ให้ท่านได้มาย่างบนเตาย่างร้อน อิ่มอร่อยกับข้าวปั้นหน้าปลาดิบ เท็มปุระ พิเศษเครื่องดื่มซอฟท์ดริ้งค์ (ไม่อั้น)
ที่พัก SAPPORO EXCEL HOTEL TOKYU หรือเทียบเท่า
วันที่หกซัปโปโร - โอตารุ - เก็บผลไม้สดจากสวนเชอร์รี่ - อิสระถ่ายรูปคลองโอตารุ  หอนาฬิกาไอน้ำโบราณ (เหลือเพียง 1 ใน 2 เรือนของโลก) - ชมพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี - ซัปโปโร - อิสระช้อปปิ้งสถานีรถไฟ เจ.อาร์ ซัปโปโร สเตชั่น  สนามบินนานาชาติชินชิโตะเซะ - บินภายในประเทศโดยออล นิปปอน แอร์เวย์  เที่ยวบินที่ NH 082 - เกาะฮอนชู - สนามบินนานาชาติฮาเนะดะ (โตเกียว)
เช้ารับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
     
นำท่านสู่ สวนผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะฮอกไกโด ให้ท่านได้อิ่มอร่อยกับ “เชอร์รี่สด” สนุกสนานกับการเก็บผลไม้ตามฤดูกาล ท่านสามารถเก็บจากต้นเชอรรี่สด ๆ ทานได้ไม่อั้น ปลอดภัยเนื่องจากไม่ใช้สารเคมี ใช้เพียงแต่ปุ๋ยอินทรีย์ และเนื่องด้วยอากาศที่ดี น้ำที่บริสุทธิ์จงทำให้ผลเชอร์รี่ที่นี่มีลักษณะทรงสวยและรสชาติอร่อย...

นำท่านเดินทางสู่ “โอตารุ” เมืองโอตารุนับเป็นเมืองโรแมนติคอีกแห่งบนเกาะฮอคไกโด อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซัปโปโร ตัวเมืองหันหน้าออกสู่อ่าวอิชิกะริ และเป็นเมืองท่าหลักของอ่าวมาเป็นเวลานาน มีอาคารเก่าแก่มากมาย เป็นเมืองท่าเรือขนาดเล็ก มีการอนุรักษ์พื้นที่คลองไว้อย่างสวยงาม และยังมีหมู่บ้านประมงปลาเฮอร์ริ่ง และพลาดไม่ได้กับสถานที่สำคัญของเมืองโอตารุ จุดที่มีชื่อเสียงของเมือง คือ “คลองโอตารุ” คลองที่ในอดีตเคยใช้สำหรับลำเลียงสินค้า จากบริเวณเรือสินค้าไปยังโกดังสินค้า ปัจจุบันมีความยาว 1,140 เมตร และมักจะมีรายการทีวีมาถ่ายภาพสวย ๆ จากบริเวณโดยรอบของคลองแห่งนี้เป็นประจำ ทำให้คลองแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองโอตารุในปัจจุบัน...
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชมความเด่นของ “นาฬิกาไอน้ำโบราณ” ที่มีเพียงสองเรือนในโลก (แคนาดา และญี่ปุ่น) ซึ่งจะส่งเสียงเป็นเมโลดี้ และพ่นไอน้ำออกมาเพื่อบอกเวลา จุดนี้เป็นสถานที่ห้ามพลาดในการยืนรอ เพื่อถ่ายภาพคู่กับนาฬิกาไอน้ำโบราณในจังหวะที่มีไอน้ำพุ่งออกมา พร้อมด้วยเสียงดนตรีแสนไพเราะ... นอกจากนี้ท่านยังสามารถเลือกชม หรือซื้อของที่ระลึกประเภทเครื่องแก้วในหลากหลายรูปแบบด้วยเทคนิคการทำงานแบบพื้นบ้าน แต่สามารถสร้างรายได้ในชุมชนที่สำคัญลวดลายของสินค้าแต่ละใบเกิดจากจินตนาการในขณะทำงาน จนเป็นความชำนาญ และเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไม่ซ้ำกัน ซึ่งท่านสามารถซื้อแก้วที่มีเพียงใบเดียวในโลกด้วยฝีมือการเป่าแก้วของเจ้าหน้าที่ที่น่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง...

นำท่านชม “พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี” บ้านไม้สถาปัตยกรรมแบบยุโรป เป็นสถานที่เก็บหีบเพลงตัวแรกที่มาถึงประเทศญี่ปุ่น ภายในอาคารมีสองชั้น มีหีบเพลงมากมาย ด้านบนเป็นห้องต่าง ๆ แสดงกล่องเพลงรุ่นแรก ๆ ที่นำมาจากยุโรปในรูปทรงหลากหลาย ราคานับค่าไม่ได้ ให้ท่านได้เลือกชมและฟังเพลงเมโลดี้อันไพเราะ...

นำท่านสู่ ศูนย์กลางความเจริญบนเกาะฮอกไกโด “ซัปโปโร” เมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ติดอันดับห้าของประเทศญี่ปุ่น (ประมาณ 1.6 ล้านคน) เมืองที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การศึกษา การเมืองการปกครอง และที่นี้เองยังเคยเป็นสถานที่ๆ เคยจัดโอลิมปิคในช่วงฤดูหนาว...

นำท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งย่าน “สถานีรถไฟ เจ.อาร์ ซัปโปโร สเตชั่น” สินค้ามากมาย เช่น นาฬิกายี่ห้อแบรนด์เนม, กล้องถ่ายรูปดิจิตอล, เกมส์ หรือสินค้าที่จะเอาใจคุณผู้หญิงด้วยกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าแบรนด์เนม เสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับวัยรุ่น น้ำหอม เครื่องสำอางค์ยี่ห้อดังของญี่ปุ่น และอื่น ๆ อีกมากมาย... 

นำท่านเดินทางสู่เมือง “ชิโตะเซะ” ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองซัปโปโรประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นสนามบินที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโดที่เรียกได้ว่ามีเที่ยวบินตรงสู่ 30 เมืองทั่วประเทศญี่ปุ่น
 
ค่ำ อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย (ไม่รวมในรายการ)
20:30 น. เหินฟ้าสู่ สนามบินนานาชาติฮาเนะดะ โดยสายการบินญี่ปุ่นออลนิปปอนแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ NH 082
22:05 น. เดินทางถึง สนามบินนานาชาติฮาเนะดะ บนเกาะฮอนชู เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เพื่อทำการต่อเครื่องบิน…
วันที่เจ็ดสนามบินนานาชาติฮาเนะดะ - ประเทศไทย - สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
00:05 น. เหินฟ้าสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประเทศไทย โดยสายการบินออลนิปปอน เที่ยวบินที่ NH 849
04:35 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจครั้งใหม่


อัตราค่าบริการราคา

ราคาต่อท่านสำหรับรอบการเดินทางที่ : 21 - 27 กรกฎาคม 2561 84,900 บาท
 TE303-002: ทัวร์ญี่ปุ่น ฮอกไกโด ซัปโปโร แหลมโนะชัปปุ ล่องเรือเฟอร์รี่ 7 วัน 4 คืน (NH)แสดง รายละเอียด

ดาวน์โหลดใบจอง

   
            ดาวน์โหลดใบจอง (Word)       ดาวน์โหลดใบจอง (PDF)

เงื่อนไขในการจอง


ราคาตั๋วเครื่องบินประกอบด้วย
  •  ค่าตั๋วเครื่องบินโดยสารระหว่างประเทศชั้นประหยัด (ไป-กลับ) โดยสายการบิน ออล นิปปอน แอร์เวย์
  •  ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง และค่าภาษีสนามบินตามประกาศของสายการบินที่ใช้ (ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงและค่าภาษีสนามบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ภายหลังการกำหนดราคาค่าทัวร์แล้ว กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกว่าจากสายการบิน ทางบริษัทฯ จำเป็นต้องเรียกเก็บส่วนเพิ่มเติม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
  •  ค่าขนย้ายสัมภาระและกระเป๋าเดินทางตามเงื่อนไขสายการบิน ออล นิปปอน แอร์เวย์ น้ำหนักกระเป๋าเดินทางจำต้องมีน้ำหนักรวมไม่เกิน 46 กิโลกรัม (ใบละ 23 กิโลกรัม X 2 ใบ) หากกรณีที่น้ำหนักกระเป๋าเดินทางใบใดใบหนึ่ง มีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนด ท่านต้องเสียค่าธรรมเนียมปรับตามกฎข้อกำหนดของสายการบินนั้น (ข้อกำหนดด้านน้ำหนักอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง โดยยึดประกาศของสายการบินปัจจุบัน)
อัตรานี้รวม
  •  ค่าบริการน้ำแร่วันละ 2 ขวด (ประเทศญี่ปุ่น)
  •  ค่าบริการมัคคุเทศก์ และค่ารถโค้ชปรับอากาศตามรายการ
  •  ค่าประกันภัยการเดินทางต่างประเทศ เงื่อนไขตามกรมธรรม์ วงเงินสูงสุด 3,000,000 บาท
  •  กระเป๋าไฟเบอร์ล้อลากดีไซน์แบบคันชักอย่างดี สายรัดกระเป๋าสีสวยสด และอะแด็ปเตอร์หัวแปลงปลั๊กไฟฟ้า
  •  ค่าห้องพักโรงแรม ค่าอาหาร และค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามรายการที่กำหนด
อัตรานี้ไม่รวม
  •  ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศญี่ปุ่น และไม่รวมค่าธรรมเนียมผ่านด่านเข้าประเทศอื่น
  •  ค่าทำหนังสือเดินทาง และค่าใช้จ่ายที่เป็นส่วนตัวที่ไม่ระบุไว้ในรายการ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
  •  ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ มัคคุเทศก์ และพนักงานขับรถ หากบริการดี น่ารัก สามารถให้เป็นกำลังใจในการทำงานได้
  •  ค่าธรรมเนียม +3% กรณีชำระค่าทัวร์ผ่านบัตรเครดิต บริษัทฯ ไม่รับชำระโดยบัตรเดบิตใด ๆ รวมถึงบัตรเครดิตที่ออกให้โดยธนาคารในต่างประเทศ
การชำระเงิน
  • บริษัทรับมัดจำ 10,000.- บาท สำหรับการจอง/ที่นั่ง
  • ส่วนที่เหลือทั้งหมดชำระก่อนเดินทางอย่างน้อย 30 วัน หรือตามเงื่อนไขพิเศษของทางบริษัทฯ กำหนด
    (ทางบริษัทฯ อาจมีการเรียกเก็บส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อน 30 วัน อันเนื่องมาจากคณะที่เดินทางนั้นถูกจองเต็มเร็วกว่าปกติ หรือจำเป็นต้องออกตั๋วเครื่องบิน เพื่อเลี่ยงการเรียกเก็บเพิ่มค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงและค่าภาษีสนามบินตามประกาศครั้งใหม่ของสายการบินที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
การยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง
  • กรณียกเลิกการจองมากกว่า 30 วันก่อนการเดินทาง บริษัทสงวนสิทธิ์ คืนมัดจำท่านละ 5,000 บาท
  • กรณียกเลิกการจองน้อยกว่า 30 วันก่อนการเดินทาง บริษัทสงวนสิทธิ์ ไม่คืนเงินมัดจำ ไม่ว่าจากกรณีใด
  • กรณียกเลิกภายใน 21-29 วันก่อนการเดินทาง บริษัทสงวนสิทธิ์ คิดค่าบริการ 50% ของราคารวมทั้งหมด
  •  กรณียกเลิกภายใน 14-20 วันก่อนการเดินทาง บริษัท ฯ คิดค่าบริการเต็มจำนวนของราคารวมทั้งหมด
  • หากผู้เดินทางมีความประสงค์จะขอเปลี่ยนวันเดินทาง (ย้ายคณะทัวร์) สามารถทำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายดังนี้ 
  • ทริปใหม่ต้องเดินทางภายใน 60 วันนับจากวันเดินทางเดิม
  • แจ้งล่วงหน้าก่อนการเดินทางมากกว่า 45 วัน ช่วงปกติ  (Low Season / Basic Period)
  • แจ้งล่วงหน้าก่อนการเดินทางมากกว่า 60 วัน ช่วงเทศกาล (High Season / Peak Period) เช่น วันหยุดนักขัตฤกษ์ เทศกาลต่าง ๆ วันคริสตมาส วันสิ้นปี วันขึ้นปีใหม่ วันตรุษจีน รวมถึงการเดินทางในเดือนกุมภาพันธ์ เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนกรกฎาคม เดือนตุลาคม และเดือนธันวาคม เป็นต้น
เงื่อนไขและรายละเอียดของการเดินทาง (กรุณาศึกษารายละเอียดทุกข้อ)
  • บริษัท คอมแพ็คเวิล์ด จำกัด ดำเนินงานเพื่อเป็นตัวแทนในการนำเที่ยว ทุกเส้นทางทุกสถานที่ท่องเที่ยวที่นำเสนอในรายการทัวร์ได้วางเส้นทางไว้ล่วงหน้าตามฤดูกาลและความเหมาะสม โดยใช้ข้อมูลสถิติของปีก่อน ๆ และข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมาอ้างอิง แต่จะไม่สามารถชี้วัดได้ว่าสภาพภูมิอากาศแต่ละปีจะเหมือนเดิมหรือเปลี่ยนแปลง บ้างเกิดสภาวะความแปรปรวนทางธรรมชาติขึ้นในแต่ละภูมิภาคส่งผลโดยตรงต่อผลิตผลของไม้ดอก ไม้ใบและไม้ผล เป็นต้น ทั้งนี้บริษัทฯ พยายามนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ หมุนเวียนสลับกันไปทุกรายการ
  • บริษัทฯ สงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงรายทัวร์ตามความเหมาะสมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ข้อจำกัดด้านภูมิอากาศ ณ วันเดินทางจริง โดยจะคำนึงถึงความปลอดภัย และประโยชน์สูงสุดของท่านลูกค้าโดยส่วนใหญ่เป็นหลัก 
  • เมื่อท่านตกลงชำระเงินไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมดให้กับทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยอมรับเงื่อนไขการเดินทางที่ระบุไว้ทั้งหมด
  • การเดินทางในแต่ละคณะจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 25 ท่าน(ผู้ใหญ่)ขึ้นไป บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อน หรือยกเลิกการเดินทางหากคณะทัวร์มีผู้เดินทางต่ำกว่า 25 ท่าน โดยจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนวันเดินทาง
  • ในกรณีที่ลูกค้าต้องการจองและซื้อตั๋วโดยสารการบินภายในประเทศ(ไทย)หรือใช้เส้นทางบินมาจากประเทศอื่น เพื่อร่วมทัวร์ในประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางก่อนหรือหลังจากคณะทัวร์นั้น ๆ กรุณาติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ทุกครั้ง (กรณีที่ท่านออกตั๋วโดยมิได้แจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้า ทางบริษัทฯ ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไม่ว่ากรณีใด ๆ)
  • กรณีกองตรวจคนเข้าเมืองทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศปฏิเสธมิให้ท่านเดินทางเข้า/ออกเมือง บริษัทฯ ไม่คืนค่าทัวร์ในทุกกรณี
  • บริษัทฯ ไม่รับผิดชอบต่อการถูกปฎิเสธหรือห้ามออกนอกประเทศ หรือปฏิเสธการเข้าประเทศของผู้เดินทางได้ เนื่องมาจากผู้เดินทางอาจมีสิ่งผิดกฎหมาย เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง ความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย ภัยธรรมชาติ การประท้วง การก่อจลาจล ความล่าช้าการเลื่อนหรือยกเลิกเที่ยวบิน และอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง
  • เมื่อท่านออกเดินทางไปกับคณะแล้ว งดใช้บริการรายการใดรายการหนึ่งหรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ถือว่าท่านสละสิทธิ์ ไม่อาจเรียกร้องค่าบริการคืน ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
ข้อกำหนดเกี่ยวกับด้านอาหาร  (จำเป็นต้องแจ้งข้อจำกัดเรื่องอาหารก่อนการเดินทางล่วงหน้า 30 วัน)
  • รายการอาหารที่ระบุไว้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ และความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ข้อกำหนดสำหรับท่านที่ไม่ทานเนื้อปลา ตามหลักโภชนาการของทางประเทศญี่ปุ่น หมายถึง ท่านไม่สามารถทานเนื้อสัตว์น้ำอื่นใดได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึก หอย กุ้ง หรืออย่างอื่นอย่างใดก็ตาม ซึ่งอาหารที่ทางภัตตาคารจะเปลี่ยนให้ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูที่เป็นผักหรือเต้าหู้แทน
  • ส่วนกรณีที่มีแจ้งเกี่ยวกับข้อจำกัดเรื่องของอาหาร เช่น ไม่ทานเนื้อสัตว์ (เนื้อวัว, เนื้อหมู, เนื้อไก่ หรืออื่นๆ) ไม่ทานซาชิมิหรือซูชิที่เป็นของดิบ ท่านใดที่ไม่มีการแจ้งเกี่ยวกับข้อจำกัดเรื่องอาหาร(ล่วงหน้า) เมื่อเดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นแล้วจะไม่สามารถขอเปลี่ยนแปลงรายการอาหารใด ๆ เพิ่มเติม โปรดทราบว่าหากท่านระบุไม่ทานเนื้อสัตว์ ภัตตาคารท้องถิ่นบางแห่งอาจเปลี่ยนเมนูให้ท่านได้เพียงผัก หรือเต้าหู้ หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากหัวบุกเท่านั้น
ตั๋วโดยสารและสายการบิน
  • ตั๋วโดยสาร
    • การเดินทางเป็นหมู่คณะ(ตั๋วชั้นประหยัด) ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกัน หากต้องการเลื่อนวันเดินทางไปหรือกลับ ท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มตามเงื่อนไข (โปรดสอบถามและกรุณาแจ้งทันทีเมื่อทำการจองทัวร์)
    • ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าประกันวินาศภัยทางอากาศ คำนวณตามอัตราที่ทางสายการบินแจ้งค่าธรรมเนียม ณ วันออกราคาทัวร์ หากสายการบินเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมใด ๆ เพิ่มขึ้นในภายหลัง ถือเป็นค่าตั๋วเครื่องบินส่วนเพิ่มที่ผู้เดินทางต้องเป็นผู้ชำระ
    • กรณีที่ท่านมีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนระดับชั้นที่นั่งจากชั้นประหยัดเป็นชั้นธุรกิจ โดยใช้คะแนนจากบัตรสะสมไมล์จะดำเนินได้ภายหลังออกตั๋วกรุ๊ปแล้วเท่านั้น โดยผู้โดยสารต้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยตนเอง
    • ที่นั่งบนเครื่องบินของกรุ๊ปทัวร์เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัทฯ แจ้งคำขอได้ตามขั้นตอน แต่ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงจัดการแทนได้ สายการบินไม่รับคำขอบล็อกที่นั่ง Long Leg ผู้โดยสารต้องไปแจ้งคำขอที่เคาน์เตอร์เช็คอินในวันเดินทาง
    • กรณีที่ทัวร์ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้วลูกค้าไม่สามารถเดินทางได้ ทางสายการบินไม่อนุญาตให้เปลี่ยนชื่อตัวผู้เดินทางทุกกรณี บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าบริการใด ๆ  
    • ในกรณีแจ้งยกเลิกการเดินทางภายหลังบริษัทฯ ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ผู้เดินทางต้องรอเงินคืนตามขั้นตอนของสายการบินเท่านั้น กรุณาสอบถามกับเจ้าหน้าที่ฯ ว่าตั๋วเครื่องบินใบนั้น ๆ สามารถขอเงินคืนได้หรือไม่
    • การสะสมไมล์ของสายการบิน หากใช้ตั๋วโดยสารแบบหมู่คณะของการบินไทยสามารถสะสมไมล์ได้ 50% ส่วนสายการบินอื่น ๆ ในเครือ Star Alliance ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขระหว่างสายการบินนั้น ๆ กับการบินไทย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขบางส่วนหรือทั้งหมดเป็นสิทธิ์ของสายการบิน
    • กรุณาแจ้งเบอร์สมาชิกสะสมไมล์ตั้งแต่เริ่มจองทัวร์ โดยกรอกในใบข้อมูลที่ทางบริษัทฯ ส่งให้เพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุดของท่านเอง ในวันเดินทางไปและกลับ กรุณาเก็บหางบัตรขึ้นเครื่องทุกใบไว้ตรวจสอบภายหลังท่านกลับถึงเมืองไทย ว่าได้รับไมล์สะสมเรียบร้อยแล้ว หากบัตรโดยสารขึ้นเครื่องหาย (Boarding Pass) ท่านไม่สามารถเรียกร้องใด ๆ ทั้งกับบริษัททัวร์และสายการบิน

  • สายการบิน
    • สำหรับผู้เดินทางซึ่งตั้งครรภ์ สตรีตั้งครรภ์ทุกอายุครรภ์ต้องอยู่ในดุลพินิจของแพทย์และครอบครัวว่าควรเดินทางหรือไม่ (โปรดแจ้งพนักงานทันทีเมื่อทำการจองทัวร์) บริษัทฯ ขอเรียนว่าเราไม่อาจรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดใด ๆ จึงขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผู้ร่วมเดินทางที่มีอายุครรภ์เกิน 4 เดือน / ผู้มีประวัติครรภ์เคยมีปัญหาหรือมีประวัติคลอดก่อนกำหนด
    • บริษัทฯ ยกเว้นการคืนเงิน กรณีท่านแจ้งยกเลิกคณะที่ออกเดินทางในช่วงเทศกาลวันหยุดสำคัญทุกเทศกาล บริษัทฯ ต้องทำการยืนยัน,ชำระมัดจำค่าตั๋วหรือชำระเต็มจำนวนกับสายการบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินพิเศษ เช่น Charter Flight จะไม่มีการคืนเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ ไม่ว่ายกเลิกเวลาใดและยกเลิกด้วยกรณีใด ๆ
    • กระเป๋าและสัมภาระเดินทาง (เป็นไปตามกฎของสายการบิน)
    • น้ำหนักกระเป๋าและสัมภาระเดินทาง สายการบินอนุญาตให้บรรทุกใต้ท้องเครื่องบินคือ 20-30 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารในชั้นประหยัด) หากกรณีที่สัมภาระมีน้ำหนักเกิน ทางสายการบินมีสิทธิ์เรียกเก็บค่าระวางน้ำหนักเพิ่มได้
    • กระเป๋าที่สายการบินอนุญาตให้สามารถนำขึ้นเครื่องได้ จะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และจำต้องมีสัดส่วน ดังนี้ 
      กว้างxยาวxสูง (25 ซม.x 56 ซม.x 46 ซม.)
    • บางรายการทัวร์ที่ต้องใช้สายการบินภายในประเทศน้ำหนักของกระเป๋าอาจถูกกำหนดให้ต่ำกว่ามาตรฐานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสายการบิน
ประกาศ
  • เนื่องจากทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เรื่องการยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยที่มีวัตถุประสงค์
    เพื่อการพำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นนั้น ประกาศเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2556 สามารถพำนักในประเทศญี่ปุ่นได้ 15 วัน (หากผู้ยื่นประสงค์จะพำนักในญี่ปุ่นเกิน 15 วัน หรือไปทำงาน หรือมีวัตถุประสงค์อื่นๆ จะต้องยื่นขอวีซ่าตามปรกติ) ผู้ที่จะเข้าประเทศได้นั้น ต้องผ่านการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก่อนจึงจะสามารถเข้าประเทศได้ (เช่นเดียวกับผู้ที่ยื่นขอวีซ่ากับทางสถานเอกอัครราชทูต) ทางเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะสอบถามถึงวัตถุประสงค์ในการเข้าประเทศ หรือขอตรวจเอกสารที่จำเป็น เช่น ตั๋วเครื่องบินขากลับ หรือสิ่งที่ยืนยันว่าท่านสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างพำนักในญี่ปุ่นได้ (เช่น เงินสด บัตรเครดิต เป็นต้น) ทางบริษัท และ/หรือหัวหน้าทัวร์ ตลอดจนมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ไม่สามารถให้การรับรองการเข้าประเทศแก่ผู้เดินทางได้ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดหรือบางส่วน หรือที่ได้มีการชำระเสร็จสิ้นแล้ว ไม่สามารถเรียกคืนได้แต่ประการใด ในการซื้อบริการกับทางคอมแพ็คอย่างหนึ่งอย่างใด คอมแพ็คถือว่าท่านรับทราบเงื่อนไข ที่ทางคอมแพ็คกำหนดขึ้นแล้วทั้งสิ้นโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งสิ้น  จึงเรียนมาเพื่อทราบ
 

ค้นหา
คำค้น
ช่วงเวลา
รายการทัวร์
ค้นหา


 

สอบถามทาง Line