www.TripleEnjoy.com
by Double Enjoy Travel Co., Ltd.

300/50 Nawamin Road, Nawamin, Buengkum, BKK 10240
Tel: 02-379-2955  Hotline: 099-130-6886  Fax: 02-379-1163 (Auto)

 Website: www.tripleenjoy.com   E-mail: [email protected]


 

Juristic Identification No. 0125554005216                                                              TAT License No. 11/05307


TE066 : ทัวร์เยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรีย 10 วัน 7 คืน (TG)


Thai Airways (TG)
พิมพ์   ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์
TE066 : ทัวร์เยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรีย 10 วัน 7 คืน (TG)

เยอรมัน(บาวาเรีย /ไรน์แลนด์) - ฝรั่งเศส(อัลซาส) - ออสเตรีย (เอลป์ไพน์)

บินตรงสบายๆ ไม่ต้องเสียเวลาแวะเปลี่ยนเครื่อง  พร้อมสะสมไมล์การบินไทย    
  
 ชมหมู่บ้านสวยระดับโลกในเยอรมัน Rothenburg /Bamburg / Wurzburg / Meersburg / Lindau /    
    Titisee / Ettal / Berchetsgaden / Heidelberg /Garmisch - Munich /Frankfurt
 
ชมหมู่บ้านสวยระดับโลกในฝรั่งเศส  Colmar / Riquewihr / Strasbourg
 
ชมหมู่บ้านสวยระดับโลกในออสเตรีย  Hallstatt / Salzburg / Innsbruck

สนุกสนานกับหิมะ บนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน Zugspitze Mt.

พระราชวังสุดสวย Linderhof  Palace

โบสถ์มรดกโลกสุดสวย Ettal 

ล่องเรือทะเลสาบ Konigssee ชมฟยอดช์ ทะเลสาบที่น้ำใสสะอาดที่สุดในยุโรป
 
 พักโรงแรมระดับ 4  ดาว

เมนูพิเศษ ขาหมูเยอรมัน / เบียร์  / ไวน์ / อาหารไทย

 


 
รายละเอียดการเดินทาง

วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพฯ
20.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางหมายเลข 3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย พบเจ้าหน้าที่บริษัทอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน
21.30 น. ออกเดินทางบินตรงสู่มิวนิค ประเทศเยอรมัน โดยสายการบินไทย แอร์เวย์  เที่ยวบินที่ TG 924
วันที่สอง มิวนิค (เยอรมัน) – ล่องเรือทะเลสาบ Konigsee – ฮอลสตัท – ซาลส์เบิร์ก
07.05 น. เดินทางถึง เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมันนี  จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้ว  นำท่านเดินทางสู่เมืองพรมแดนระหว่างออสเตรียกับเยอรมัน  เมืองเบิร์ชเทสกาเด้น(เยอรมัน) เจ้าของเส้นทางดิอัลไพน์โร้ด 1 ใน 6 เส้นทางแสนสวยและยังเป็น เส้นทาง เก่าแก่ที่สุดที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้ เลาะเลียบเทือกเขาแอลป์ เมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้นให้เป็น ศูนย์กลางทางการค้าและการสำรวจหาเกลือและสินแร่ บริเวณเมืองเก่าเต็มไปด้วยศิลปะการสร้างอาคาร ในรูปแบบบาวาเรียตอนบน ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตกแต่งด้วยลายปูนสไตล์สตัดโก้ และในอดีตเคยเป็น ฐานบัญชาการใหญ่ของกองทัพนาซีทางตอนใต้

นำท่านล่องเรือสู่  ทะเลสาบกษัตริย์ (Konigsee) ที่มีน้ำใสราวกับมรกต ได้ขึ้นว่าเป็นทะเลสาบที่น้ำใสและสะอาดที่สุดในยุโรป ทะเลสาบแห่งนี้ เป็นดินแดนแห่งฟยอร์ดที่งดงาม ที่สุดในประเทศเยอรมนี ในเขตเทือกเขาแอลป์ มีแหล่งกำเนิดจากการละลายของกลาเซียบนยอดเขา ตั้งแต่ยุคน้ำแข็งก่อให้เกิดทะเลสาบอันงามพิสุทธิ์ และความมหัศจรรย์ของฟยอร์ดที่มีอยู่เพียงไม่กี่แห่งใน โลกฟยอร์ดแห่งนี้มีความยาวกว่า 8 กม. กว้างถึง 1,250 เมตร ลึก 190 เมตร และตั้งอยู่บนความสูงกว่า 602 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล นำท่านล่องเรือพลังงานไฟฟ้า ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวมา ตั้งแต่ปี ค.ศ.1909 เพื่อไม่เกิดมลภาวะ เรือจะนำท่านล่องไปชมบรรยากาศแห่งฟยอร์ด จนถึงโบสถ์บาโธโล มิว อันเป็นเสน่ห์ของดินแดนแห่งฟยอร์ดนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ท่าเรือ (หมายเหตุ : หากเกิดเหตุสุดวิสัย เช่น เนื่องสภาพอากาศมาเอื้ออำนวยต่อการล่องทะเลสาบ โดยไม่สามารถล่องเรือได้ ทางบริษัทจะทำการคืนเงินให้ลูกทัวร์ท่านละ 10 ยูโร)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองฮอลสตัท (HALLSTATT) เมืองมรดกโลก ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก (เมืองท่องเที่ยวอันดับ 3 ของประเทศออสเตรีย) จากนั้นนำท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบ บนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า “ซี สตราซ” (See Strasse) อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสายบ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของ ถนนซีสตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม  

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองซาลส์เบิร์ก (เมืองท่องเที่ยวอันดับ 2 ของประเทศออสเตรีย) เมืองที่มีความสวยงามและวิวทิวทัศน์ของบ้านเรือน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก MERCURE CITY HOTEL SALZBURG  **** หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สาม ซาลส์เบิร์ก –  อินน์สบรูค –วังหลังคาทองคำ – ชมเมือง
เช้า รับประทานแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

นำท่านชม สวนมิราเบลที่งดงามซึ่งเดิมเป็น สวนในพระราชวังเดิม  จากนั้นนำท่านข้ามแม่น้ำซาลลส์ซัค  ที่ไหลผ่านกลางตัวเมืองนำท่านเดินเข้าสู่ ถนนเกรเทสเกสเซ่ ถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงของเมือง นำท่านไปถ่ายรูปด้านหน้าบ้านหมายเลข 9 ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ คีตกวีที่มีชื่อเสียงของโลก วูลฟ์กัง อมาดิอุส โมสาร์ทที่เพิ่งฉลอง ครบรอบ 250 ปี    เมื่อปี 2006 จากนั้นนำท่านสู่จัตุรัสกลางเมืองเพื่อถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์โมสาร์ต ชมมหาวิหารใหญ่กลางใจกลางเมือง ให้ท่านอิสระช้อปปิ้ง สินค้าพื้นเมืองมากมาย หรือชมเมือง ตามอัธยาศัย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย นําท่านออกเดินทางสู่? เมืองอินน์สบรูค (Innsbruck) หนึ่งในสามเมืองเอกด้?านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย ตั้งอยู?ริมฝั่งแม่น้ําอิน “Inn River” และโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาเอลป์ เดิมเป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิ แม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร?ก เพราะอากาศดีมากผู้?ที่เข้?ามาปกครองจักรวรรดิออสเตรียต?างก็ต้องติดใจมาพักผ่อนในเมือง แห่งนี้  ระหว่างทางท่านจะได้พบกับวิวสองข้างทางที่สวยงาม ตามถนนเส้นทางอัลไพน์ ผ่านทั้งเทือกเขาเอลป์ ทะเลสาบ หมู่บ้าน ทุ่งหญ้า นําท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ อาคารหลังคาทองคํา “Goldenness Dachl” ที่สร้างขึ้นด?วยความประณีตละเอียดอ่อน และมีอายุเก่าแ?ก่กว่?า 500 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ?ของเมือง ประทับใจกับ เฮลบลิงเฮ?าส? “Helblinghaus” ตึกสมัยโกธิคตอนปลายที่มีการเพิ่มศิลปะแบบโรโค เข้าไปในศตวรรษที่18 ทําให้?ดูโดดเด่นและหรูหรายิ่งขึ้น โรงแรมโกลเดน เนอร?แอดเลอร?“Goldener Adler Hotel” สร้างตั้งแต่?ค.ศ.ที่16 เป็น โรงแรมที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองและยังเคยใช้?ต?อนรับอะคันตุกะจากต่างแดน มาแล้วอย่างมากมาย นำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ พระราชวัง ฮอฟบูรก?“Hofburg Palace” พระราชวังที่ราช สํานักใช้แปรพระราชฐานในช่วงฤดูหนาวและบันทึกภาพสวยจากอาคาร เรอเนสซองส?ที่ยิ่งใหญ?ที่สุดของประเทศออสเตรีย (Austria)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง  
ที่พัก AUSTRIA TREND HOTELCONGRESS INNSBRUCK   **** หรือระดับเทียบเท่า
วันที่สี่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ – พระราชวังลินเดอร์โฮฟ
เช้า รับประทานแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก
  
นำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาซุกสปิตเซ่ (ZUGSPITZE)  ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมนี เก็บภาพประทับใจจากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดใน เยอรมนีคือ 9,721 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่ทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ทั้งปีคือ สกีในฤดูหนาวและเดินเขาในฤดูร้อน เมื่อมองจากยอดเขาจะเห็นทิวทัศน์งดงามกว้างไกลไปถึง 4 ประเทศด้วยกันคือ เยอรมนี ออสเตรีย อิตาลีและสวิสเซอร์แลนด์โดยมียอดเขาที่อยู่เคียงกันอีก 3 ยอดคือ แอล์ปสปิตซ์ (Alpspitz), ครอยเซ็ค (Kreuzeck) และแวงค์ (Wank) ซึ่งล้วนแต่เป็นสวรรค์ของนักเดินทางและนักสกีทั้งสิ้น นิทรรศการศิลปะบนที่สูงที่สุดและซุกสปิตซ์ปลาต ธารน้ำแข็งสายเดียวของเยอรมนีที่ยามหิมะตกหนา ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มิถุนายน กลายเป็นเส้นทางสกีให้เลือกเล่นหลายระดับ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองเอ็ททาล (Ettal) นำท่านเข้าชมปราสาทลินเดอร์โฮฟ (Linderhof) 1 ใน 3 ปราสาทที่พระเจ้าลุควิคที่ 2 ได้สร้างขึ้นมานับเป็นปราสาทหลังที่ 2 ที่พระองค์ได้เสด็จไปเยือนฝรั่งเศสในปี ค.ศ.1867 เพราะความประทับใจในพระราชวังแวร์ซายน์ จุดประสงค์เพื่อใช้ล่าสัตว์และถือว่าเป็นปราสาทที่เล็กที่สุดใน 3 ปราสาทที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น โดยใช้เวลาสร้างถึง 4 ปี แบบศิลปะร็อกโคโคแบบฝรั่งเศส  นำท่านเข้าชมห้องภายในปราสาท ซึ่งเปิดให้ท่านชมเพียง 9 ห้องเท่านั้น เช่น บัลลังก์เปลือกหอย,ห้องบรรทมห้องเสวย,ห้องแต่งตัว เป็นต้น ซึ่งถูกตกแต่งได้อย่างวิจิตรอลังการมาก ถือว่าเป็นปราสาทเล็กๆ แต่อัดแน่นไปด้วยสถาปัตกรรมและความสวยงามจริงๆ จากนั้นอิสระให้ท่านถ่ายรูปพอสมควร
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก BEST WESTERN HOTEL Garmisch-Partenkirchen  **** หรือระดับเทียบเท่า
วันที่ห้า โบสถ์เอททัล – ลินเดา – เมียร์เบิร์ก - ทิทิเซ่ 
เช้า รับประทานแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก อาหารเช้า 

นำท่านเดินทางสู่เมืองเอททัล (Ettal)  (Unseen) นำท่านเข้าชมสำนักสงฆ์แห่งเมือง เอททัล ( Kloster Ettal) ได้รับการขึ้นทะเบียน UNESCO สร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1330 ตรงกับวันนักบุญวีตาลิสแห่งมิลาน (Vitalis of Milan) โดย จักรพรรดิลุดวิกที่ 4 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์หรือลุดวิกชาวบาวาเรียน (Ludwig the Bavarian) ที่หุบเขากราสแวง (Graswang valley) ตามที่พระองค์ได้ให้คำปฏิญาณไว้หลังจากกลับมาจากประเทศอิตาลี ตรงจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางการค้าขายระหว่างประเทศอิตาลีและเมืองเอาก์สบูร์ก ประเทศเยอรมนี ตามตำนานกล่าวว่าม้าของจักรพรรดิลุดวิกผงกหัวสามครั้งตรงที่ที่ต่อมาเป็นที่สร้างอารามเดิม ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ตั้งรูปปั้นพระแม่มารีย์ ที่เรียกกันว่า “Frau Stifterin” หรือ “Ettal Madonna” (เอททัลมาดอนนา) เป็นศิลปะตระกูลปีซาโน (Pisano) ซึ่งเป็นของขวัญที่จักรพรรดิลุดวิกทรงมอบให้แก่อาราม รูปปั้นนี้กลายมาเป็นเรลิกที่ผู้แสวงบุญนิยมกันมาสักการะ อารามนี้อุทิศให้แก่แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์  (หมายเหตุ :  การเข้าชมด้านในโบสถ์บางวันหากมีพิธีสำคัญจะไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ให้ชมได้แค่เพียงภายนอกเท่านั้น)

นำท่านเดินสู่เมืองลินเดา (Lindau)  เมืองตากอากาศแสนสวยริมทะเลสาบคอนสแตนซ์ (Lake Constance) หรืออีกชื่อคือทะเลสาบโบเดนเซ (Bodensee)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินชม ลินเดา เมืองเล็กที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นเมืองเล็กๆอยู่ระหว่างสามประเทศ คือเยอรมัน ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยของเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลสาบโดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาเอลป์จนได้รับฉายาว่า แชงกรีลา แห่งเยอรมัน นำท่านเดินเล่นถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมือง ถ่ายรูปกับเสาประภาคารบาวาเรียและเสารูปสิงโตซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลินดา อิสระทุกท่านเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
 
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเมียร์เบิร์ก (Meersburg) (บริษัทอื่นไม่ไปแต่เราไป เพราะสวยจริงๆ) (Unseen) เมืองเล็กๆติดกับเมืองลินเดา ถือเป็นเมืองที่มีความโรแมนติคอย่างมาก และถือเป็นเมืองริมทะเลสาบที่ติดอันดับความสวยงามในยุโรปอีกด้วย โดยเมืองเมียร์เบิร์กตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบโบเดนเซ โดยตัวเมืองยังถูกอนุรัก์ไว้เป็นอย่างดี มีการแบ่งตัวเมืองออกเป็นส่วนคือส่วนด้านบนเขาและส่วนด้านล่างติดกับทะเลสาบ นำท่านเดินเล่นเลาะเลียบทะเลสาบ Unterstadttor นำท่านถ่ายรูปกับปราสาทเก่า (Alte Schloss) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาจากนั้นนำท่านเดินสู่ด้านบนของเมืองเข้าสู่จตุรัส Mark กลางเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันสดใสของบ้านเรือน 2 ฝั่งเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ ให้ท่านอิสระเดินเล่น

จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ เมือง ทิทิเซ่ เขตป่าดําตอนใต้(SOUTH BLACK FOREST) เมืองเล็กๆที่อยู่ท่ามกลางป่าสนอันอุดมสมบูรณ์และทะเลสาบสุดสวย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก MARITIM TITISEE HOTEL  **** หรือระดับเทียบเท่า 

** หมายเหตุ : โรงแรมเมืองทิทิเซ่ มีจำกัด หากโรงแรมเต็มทาง บริษัทขอสงวนสิทธิ์ย้ายไปนอนเมืองใกล้เคียง **
วันที่หก ทิทิเซ่ – ริคเวีย – กอลม่าร์
เช้า รับประทานแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก
 
นําท่านชมทะเลสาบที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ทะเลสาบทิทิเซ่ (TITISEE LAKE) ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในป่าดํามีความยาว 2 กิโลเมตร และมีความกว้าง 700 เมตร ผ่านบริเวณนี้ ท่านจะได้พบกับยอดเขาที่สูงที่สุดในป่าดํานั่นคือ ยอดเขา FELDBERG ซึ่งความสูงถึง 1500 เมตร เดินทางถึง ทะเลสาบทิทิเซ่ ท่านจะได้พบกับความสวยงามของธรรมชาติที่ห้อมล้อมทะเลสาบแห่งนี้ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่สวยติดอันดับในทวีปยุโรปอีกด้วย นําท่านชมทิวทัศน์ความงดงามของป่าดํา และทะเลสาบ มนต์เสน่ห์ที่ท่านจะต้องหลงใหลไม่มีวันลืม นําท่าน แวะซื้อของที่ระลึกต้นตํารับของนาฬิกากุ๊กกู จนได้เวลาอันสมควร 
 
จากนั้นได้เวลานำท่านสู่เมืองริคเวีย (Riquewihr) (บริษัทอื่นไม่ไปแต่เราไป เพราะสวยจริงๆ) เมืองที่ติดกับเมืองกอลมาร์ เป็นแหล่งปลูกไวน์ชั้นเลิศของแคว้นอาลซาส และเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villange de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส  และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco) อีกด้วย นำท่านเดินชมบ้านเรือนที่อยู่ในหุบเขา ล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่นที่ไว้สำหรับทำไวน์ โดยเฉพาะช่วงเดือน  เม.ย – พ.ย. จะเห็นต้นองุ่นที่ถูกปลูกสวยงามยิ่งนัก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเดินเล่นชมเมืองริคเวีย ท่านจะได้พบกับร้านเรือนที่มีสีสันสวยงามล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่น มีตรอกซอกซอยร้านค้า ร้านไวน์ ร้านกาแฟ ให้ท่านเลือกนั่งจิ๊บไวน์หรือกาแฟ หรือเลือกซื้อไวน์ที่มีชื่อเสียง อิสระให้ท่านเดินถ่ายรูปจนเป็นที่พอใจ 
 
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกอลมาร์ (COLMAR) เมืองในแคว้นอาลซัส ประเทศฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villange de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส (เมืองที่ถูกจัดอันดับ 1ใน 10เมืองโรแมนติคที่สุดในโลก) ได้รับการขนานนามว่าเวนิสน้อย (LA PETITE VENISE) ตั้งอยู่บนเส้นทางไวน์ของอาลซัส และยังเป็นบ้านเกิดของศิลปิน เฟรดเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบเทพีเสรีภาพ เมืองกอลมาร์มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้คงเป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยากรรมและบรรยกาศของเมืองโบราณ ในตัวเมืองมีพิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ที่อยู่อาศัยเหมือนในยุคกลาง  ด้วยบรรยกาศที่สวยงามตัดกับบ้านเรือนสีสันสดใสจึงเป็นเมืองที่คู่รักจากทั่วโลกเดินทางมาฮันนีมูนที่นี้  จากนั้นอิสระให้ทุกท่านเดินตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง + ไวน์ท้องถิ่น ท่านละ 1 แก้ว
ที่พัก MERCURE  HOTEL UNTERLINDEN COLMAR  **** หรือระดับเทียบเท่า
 
** หมายเหตุ :  เมืองกอลม่าร์ เป็นเมืองเล็กๆโรงแรมมีจำนวนจำกัด หากโรงแรมเต็มทางบริษัทขอย้ายไปนอนเมืองใกล้เคียง **
วันที่เจ็ด สตราสบูร์ก - ไฮเดิลเบิร์ก – ปราสาทไฮเดิลเบิร์ก 
่เช้า รับประทานแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

นำท่านเดินทางสู่เมืองสตราสบูร์ก(Strasbourg) เป็นเมืองแห่งความโรแมนติค และเมืองหลวงของแคว้นอัลซาส (Alsace)ประเทศฝรั่งเศส เมืองที่มีความสวยงามเมืองหนึ่งของยุโรป ซึ่งเมื่อท่านเดินทางมาแถบลุ่มแม่น้ำไรน์ไม่ควรพลาดเด็ดขนาด เมืองขนาดกลางแห่งนี้มีย่านเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์ที่รู้จักกันในนาม la Petite France (ปารีสน้อย) นำท่านชมเขต  la Petite France ภูมิทัศน์สวยงามด้วยบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งสองแม่น้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเมือง มีลักษณะเป็นพื้นที่ล้อมรอบด้วยแม่น้ำอิลล์ทั้งสี่ด้านและมีเส้นทางคูคลองเชื่อมต่อกันไปมากมาย บริเวณใกล้เคียงเป็นเกาะที่มีสะพานหลายแห่งเป็นตัวเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ส่วนอื่นๆของเมือง ภายในย่านนี้มีลักษณะเป็นตรอกซอกซอย พื้นถนนปูลาดด้วยหินกรวด เรียงรายด้วยบ้านไม้โบราณสไตล์อัลซาสที่สวยงามซึ่งทอดตัวเป็นภาพเงาสะท้อนในคลองตลอดถนน Rue des Moulins นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารนอร์ทเทอดาม ได้รับการยกย่องให้เป็นมหาวิหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปและมียอดโดมสูงที่สุดในยุโรปตะวันตก  อีกด้วยออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค สร้างด้วยหินทรายสีชมพูทั้งหลังโดยสร้างขึ้นในช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 12 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานกว่า 260 ปีตัววิหารมีการรวบรวมรูปแบบการก่อสร้างที่งดงามหลายส่วนรวมถึงรูปแกะสลักต่างๆ ช่วงยุคกลาง จากนั้นอิสระถ่ายรูปหรือเลือกซื้อสินค้าพื้นตามอัธยาศัย
 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่เมืองไฮเดลเบิร์ก(Heidelberg) ตั้งอยู่ในรัฐ baden-Wurttemburg ทางใต้ของแฟรงค์เฟิร์ตเป็นเมืองที่มีบรรยากาศสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเน็คคาร์ (Neckar) โดยมีปราสาทไฮเดลเบิร์กตั้งอยู่บนเชิงเขา

จากนั้นเข้าชม ปราสาทไฮเดลเบิร์ก ซึ่งตั้งอยู่บนเขาแบร์กบาห์น ปราสาทแห่งนี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 400 ปีจึงเสร็จสมบูรณ์ สถาปัตยกรรมที่เห็นจึงมีหลากหลายตามยุค โดยเริ่มก่อสร้างจากยุคโกธิค ในศตวรรษที่ 12 โดยพระเจ้ารูเพรชท์ที่ 3 ปราสาทได้รับความาเสียหายในปี 1622 ซึ่งอยู่ในช่วงสงคราม30ปีและมาถูกเผาทำลายถึง 2ครึ่งในปี 1689และ 1693 ในสงครามกับฝรั่งเศส จึงเหลือตาซากปรักหักพัง และได้การยอมรับว่านี้คือซากปรักหักพังของปราสามที่สวยงามที่สุดในโลก นำท่านชมวิวจากจุดชมวิวบนตัวปราสาท ท่านจะมองเห็นเมืองไฮเดลเบิร์กได้อย่างสวยงาม นำท่านชมเก็บถังไวน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขนาดความจุราว 222,000ลิตร

จากนั้นนำท่านลงสู่ตัวเมืองเก่าของไฮเดลเบิร์ก นำท่านชมสะพานเก่าอัลเทอบรุคเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเน็คคาร์ ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 18 เมื่อเดินข้ามสะพานไปแล้วมองหันกลับมาท่านจะเห็ปราสาทไฮเดลเบิร์กสีชมพูอมแดงตั้งโดดเด่นเหนือตัวเมืองไฮเดลเบิร์ก นำท่านชมรูปปั้นลิง บนตัวสะพานที่มีความเชื่อว่าหากได้มาสัมผัสรูปปั้นลิงนี้จะได้กลับมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง

จากนั้นนำท่านเดินเข้าสู่จตุรัสมาร์คพลัทซ์  ซึ่งเป็นที่ตั้งของโบสถไฮลิก ไกสท์เคียร์เค่อ โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นศิลปแบบโกธิค จากนั้นอิสระให้ทุกท่านเดินชมเมืองหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกของฝากมากมายตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
ที่พัก NH HOTEL HEIDELBERG  **** หรือระดับเทียบเท่า
วันที่แปด โรเธนเบิร์ก –  แบมเบิร์ก – วูร์ซเบิร์ก
เช้า รับประทานแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านเดินสู่เมืองโรเธนเบิร์ก ออบ เดียร์ เทาเบอร์ (Rothenburgob der Tauber) หรือเรียกๆว่า เมืองโรเธนเบิร์ก เมืองเก่าแก่ของจักรวรรดิฟรังค์ ในเขตบาวาเรีย (Bavaria) ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางที่ สำคัญของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพราะได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองในยุคกลางที่สวยที่สุดในเยอรมัน จากนั้นนำท่านเดินชมเมือง โรเธนเบิร์ก เป็นเมืองโบราณ ที่ตั้งอยู่ภายในวงล้อมของกำแพงเมืองถือว่าเป็นเมืองที่ค่อนข้างมีประวัติศาสตร์อันแสนโรแมนติกของเยอรมนีเช่นกันอีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์และแนวกำแพงป้องกันเมืองดั้งเดิมบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของเมืองที่ทำการค้า ไวน์ โค กระบือ และขนสัตว์ที่มีมาตั้งแต่ ค.ศ. 1274 นำท่านชม ศาลาว่าการเมือง (Town Hall) ที่ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง โดยตัวอาคารนั้นถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1250 ในแบบอาคารโกธิค นำท่านขึ้นไปชมทัศนียภาพอันงดงามของอาคารบ้านเรือนหลากสีสันที่ จัตุรัส Plönlein จัตุรัสเล็ก ๆ แต่มีชื่อเสียงในไปทั่วโลก บริเวณรอบ ๆประกอบไปด้วยลานน้ำพุและตลาดเก่า อิสระท่านเดินเล่นชมเมือง ซื้อของฝาก และถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองเก่าของ แบมเบิร์ก (BAMBERG) ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลก เนื่องจากเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองในเยอรมันนีที่รอดพ้นจากการที่ถูกบอมบ์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง อาคารบ้านเรือนต่างๆจึงมีอายุมากกว่า 200 ปี เพราะไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากสงคราม

นำท่านเข้าชม มหาวิหารบัมแบร์กเซนต์ปีเตอร์ และ เซนต์จอร์จ มีความสำคัญเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลของอัครบาทหลวงแห่งบัมแบร์กสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมานเนสก์ สร้างครั้งแรกในปี ค.ศ.1004 โดยจักรพรรดิเฮนรีที่สอง นำท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าของแบมเบิร์ก ที่ได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างดี นำท่านถ่ายรูปกับศาลาว่าการเมืองเก่าที่สร้างคร่อมแม่น้ำอันถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองแบมเบิร์ก  ให้ท่านถ่ายรูปชมเมืองหมู่บ้านสีสันสดใสหรือเลือกซื้อสินค้าที่ระลึก

นำท่านเดินทางสู่เมืองวูร์ซเบิร์ก (Wuerzburg) เมืองบนเนินเขาทางตอนเหนือของแคว้นบาวาเรีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมนซึ่งเป็นอีกแหล่งเพาะปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์ของเยอรมัน และเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
ที่พัก NOVOTEL HOTEL WURZBURG  **** หรือระดับเทียบเท่า
วันที่เก้า วูร์ซเบิร์ก – แฟรงเฟิต – จตุรัสโรเมอร์ – สนามบิน
เช้า รับประทานแบบอเมริกัน ณ โรงแรมที่พัก 

นำท่านชมความงดงามของเมืองวูร์ซเบิร์ก โดยเริ่มจาก ศาลาว่าการเมือง (City Hall) แวะถ่ายรูปกับมหาวิหารแห่งเมืองวูร์ซเบริ์ก (Wurzburg Cathedral) สร้างขึ้นเมื่อ คศ. 788 และในการก่อสร้างระหว่างปี 1040 - 1225 ได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบโรมาเนสก์ จึงทำให้ภายนอกมหาวิหารสร้างแบบโรมาเนสก์

จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปกับ Wurzburg Residence สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 10 ซึ่งอดีตคือพระราชวังเก่า สร้างแบบสถาปัตยกรรมบาโรก และได้มีการบูรณะหลายครั้งเนื่องจากถูกทำลายจากสงครามโลกครั้งที่ 2

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองแฟรงค์เฟิร์ต เมืองธุรกิจการค้าที่สำคัญของเยอรมัน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย นำชมย่าน โรเมอร์ จตุรัสเมืองที่เก่าแก่ของแฟรงค์เฟิร์ต ที่ยังคงอนุรักษ์บ้านเรือนและศิลปกรรมไว้อย่างดีให้ท่านเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกหรือสินค้าแบรนด์เนม เช่น นาฬิกา กระเป๋าเดินทาง Rimowa หรือสินค้าอื่นๆ ตามอัธยาศัย  

จากนั้นได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน ให้ท่านได้มีเวลาทำ TAX REFUND
20.40 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพ โดยสายการบินไทย  เที่ยวบินที่ TG 921
วันที่สิบ กรุงเทพ – สุวรรณภูมิ
12.30 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ



ดาวน์โหลดใบจอง
   
                 

เงื่อนไขในการจอง

อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ  (Economy Class)  แบบหมู่คณะ / ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ 
  • ค่าห้องพักในโรงแรมที่ระบุตามรายการหรือเทียบเท่า 
  • ค่าอาหารที่ระบุตามรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่งที่ระบุตามรายการ 
  • ค่าวีซ่าท่องเที่ยวยุโรปแบบ Etats Schengen
  • ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท  และค่ารักษาพยาบาล ตามเงื่อนไขแห่งกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ วงเงินไม่เกินท่านละ 200,000.- บาท
  • ทิปคนขับรถในยุโรป วันละ 2 ยูโร / ท่าน / วัน 
  • พนักงงานยกกระเป๋าโรงแรมที่พัก
  • น้ำดื่มวันละ 1 ขวด / ท่าน
อัตราคา่บริการนี้ไม่รวม
  • ค่าธรรมเนียมจัดทำหนังสือเดินทาง , แจ้งเข้าแจ้งออกสำหรับผู้ที่ไม่ได้ถือหนังสือเดินทางของไทย
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % ในกรณีที่ต้องการใบกำกับภาษี
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ  เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษ ฯลฯ
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษ
การจองและการชำระ 
  • กรุณาชำระมัดจำท่านละ 30,000 บาท ภายใน 3 วัน  นับวันจากวันจอง
  • จากวันจองและชำระส่วนที่เหลือก่อนเดินทาง 14 วัน
  • กรุณาจัดเตรียมเอกสารและหนังสือเดินทาง ก่อนการเดินทางอย่างน้อย 25 วัน
การยกเลิก
  • ยกเลิกการเดินทาง 31 วัน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย (ช่วงหน้าเทศกาลวันหรือหยุดยาว เช่น  เป็น 45 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 16 – 30 วัน หักค่ามัดจำ 20,000 บาท (ช่วงหน้าเทศกาลวันหรือหยุดยาว เช่น  เป็น 26-44 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 10-15 วัน ไม่คืนมัดจำ (30,000)  (ช่วงหน้าเทศกาลวันหรือหยุดยาว เช่น  เป็น 20- 25 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง  6 -9 วัน   หักค่าใช้จ่าย 75%  ของราคาทัวร์ (ช่วงหน้าเทศกาลวันหรือหยุดยาว เช่น  เป็น 4- 19 วัน)
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง  5  วัน   หักค่าใช้จ่าย 100 %  ของราคาทัวร์ 
  • ผู้เดินทางไม่สามารถเข้า – ออกเมืองได้ เนื่องจากเอกสารปลอมหรือการห้ามของเจ้าหน้าที หักค่าใช้จ่าย 100%
  • กรณียื่นวีซ่าแล้วไม่ได้รับการอนุมัติจากทางสถานทูต (วีซ่าไม่ผ่าน) และท่านได้ชำระค่าทัวร์หรือมัดจำมาแล้ว
  • ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าบริการค่ายื่นวีซ่า และค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เกิดขึ้นจริงเป็นกรณีไป อาทิ กรณี ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว หรือได้ชำระค่บริการในส่วนของทางเมืองนอก เช่น โรงแรม, รถไฟ ฯลฯ ไปแล้ว ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ๋ในการหักเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้วกับท่านเป็นกรณีไป
  • การยกเลิก ขอสงวนสิทธืในการคืนเงินมัดจำทุกๆ กรณี 
  • เมื่อท่านจองทัวร์และชำระมัดจำแล้ว หมายถึงท่านยอมรับในข้อความและเงื่อนไขที่บริษัทฯแจ้งข้างต้น
หมายเหตุ
  • ราคานี้เป็นราคาทัวร์ตั้งแต่  15 ท่านขึ้นไป หากต่ำกว่า 15 ท่าน มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดออกการเดินทาง 
  • เนื่องจากกฎการเข้าพักของโรงแรมในยุโรป บังคับให้เด็กอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไปจะต้องนอนมีเตียงเสริม บางโรงแรมเท่านั้นที่มีห้อง 3 เตียง หากเป็นผู้ใหญ่ 3 ท่าน เรียนแนะนำว่าเปิด 2 ห้องจะสะดวกกว่า
  • ท่านใดที่จะออกตั๋วภายในประเทศ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าทัวร์ก่อน มิเช่นนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่ออกตั๋วไปแล้ว
  • ราคาอาจมีปรับขึ้น-ลง ตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น-ลง แต่จะปรับตามความเป็นจริงที่สายการบินประกาศปรับและที่มีเอกสารยืนยันเท่านั้น / ตั๋วกรุ๊ป เมื่อออกตั๋วแล้วเลื่อนไม่ได้ทุกกรณี
  • รายการทัวร์และราคาทัวร์ อาจมีการปรับ/เปลี่ยนแปลงหากเกิดจากเหตุสุดวิสัย  เช่น การจราจร / อุบัติเหตุ / สภาพอากาศ/ การเมือง/ ประท้วง/ ปิดถนน/ การล่าช้าของสายการบิน/ ค่าเงิน /การปรับขึ้นภาษีน้ำมัน ทางบริษัทสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะ โดยทางบริษัทจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นหลัก และหากลูกค้าท่านใดตัดโปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่งหรือเกิดเหตุสุดวิสัยไม่สามารถทำได้ครบตามดังกล่าว บริษัทขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินให้ส่วนนั้นแก่ลูกค้าเพราะทางบริษัทได้จ่ายเงินให้แก่ทางแลนด์ยุโรปทั้งหมดล่วงหน้าก่อนเดินทางเรียบร้อยแล้ว
  • กรณีวีซ่ายังไม่ทราบผลก่อนเดินทาง 15 วันทำการ ทางบริษัทฯต้องขอเก็บค่าทัวร์ทั้งหมดก่อนตามกำหนดเงื่อนไขการชำระเงิน แต่หากวีซ่าของท่านไม่ผ่านการพิจารณาจากทางสถานฑูต ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ทางบริษัทจะคืนเงินค่าทัวร์ให้ท่าน โดยทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าใช่จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น
  • หากท่านจองและส่งเอกสารในการทำวีซ่าเข้าประเทศล่าช้า ไม่ทันกำหนดการออกตั๋วกับทางสารการบิน และผลของวีซ่าของท่านไม่ผ่าน บริษัทฯ จะขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่ามัดทั้งหมด
ข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องตั๋วเครื่องบิน
  • ในการเดินทางเป็นหมู่คณะ ผู้โดยสารจะต้องเดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป หากต้องการเลือนวันเดินทางกลับ ท่านจะต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนต่างของสายการบิน และบริษัททัวร์เรียกเก็บ และการจัดที่นั่งของกรุ๊ป เป็นไปโดยสายการบินเป็นผู้กำหนด ซึ่งทางบริษัท มาสามรถเข้าไปแทรกแซงได้ 
  • กรณียกเลิกการเดินทาง ได้ทำการออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว (กรณีตั๋ว Refund) ผู้เดินทางต้องรอ Refund ตามระบบของสายการบินเท่านั้น
ข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องโรงแรมที่พัก
  • เนื่องจากการวางแปลนแบบห้องพักของแต่ละโรงแรมแตกต่างกัน อาจทำให้ห้องพักแบบห้องเดี่ยว (Single) และห้องคู่ (Twin/Double) และห้องพักแบบ 3 ท่าน / 3 เตียง (Triple Room) ห้องพักอาจไม่ติดกัน
  • โรงแรมหลายแห่งในยุโรปจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเนื่องจากอยู่ในแถบที่มีอุณหภูมิต่ำ เครื่องปรับอากาศจะมีในช่วงฤดูร้อนเท่านั่น
  • กรณีที่มีงานจัดประชุมนานาชาติ (Trade Fair) เป็นผลให้ค่าโรงแรมสูงขึ้นมาก และห้องพักในโรงแรมเต็ม บริษัท ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยน หรือย้ายเมืองเพื่อให้เกิดความเหมาะสม
  • โรงแรมในยุโรปที่มีลักษณะ Traditional Building ห้องที่เป็นห้องเดี่ยวอาจเป็นห้องที่มีขนาดกะทัดรัด และไม่มีอ่างอาบน้ำ ซึ่งอยู่ในการออกแบบของแต่ละโรงแรมนั้นๆและแต่ละห้องอาจมีลักษณะแตกต่างกันด้วย หากท่านต้องการความสะดวกสบายและหห้องใหญ่กว่า ท่านสามารถจ่ายเพิ่มเป็นห้องแบบ Double Single Use ได้
  • การอนุมัติวีซ่าเป็นเอกสิทธิ์ของสถานฑูต ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้บริษัทเป็นเพียงตัวกลางและคอยบริการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทางเท่านั้น เงินค่าสมัครยื่นวีซ่า ทางสถานฑูตเป็นผู้เก็บ หากผลวีซ่าออกมาว่าท่าน ไม่ผ่าน
    ทางสถานฑูตจะไม่คืนเงินค่าวีซ่า และค่าบริการจากตัวแทนยื่นวีซ่าไม่ว่าในกรณีใดๆทั้งสิ้น และทางสถานฑูตมีสิทธิ์ที่จะไม่ตอบเหตุผลของการปฏิเสธวีซ่าในทุกกรณี
  • กรณีที่ท่านวีซ่าผ่าน แต่กรุ๊ปออกเดินทางไม่ได้ เนื่องจากผู้เดินทางท่านอื่นในกลุ่มโดนปฎิเสธวีซ่า ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าวีซ่าและค่าบริการจากตัวแทนยื่นให้กับท่าน เนื่องจากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นโดยสถานฑูตเป็นผู้เรียกเก็บ และท่านสามารถนำวีซ่าไปใช้เดินทางได้ หากวีซ่ายังไม่หมดอายุ
ข้อมูลเพิ่มเติม เรื่องกระเป๋า
  • สำหรับน้ำหนักของกระเป๋าที่ทางสายการบินอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องได้ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และมีความกว้าง+ยาว+สูง ไม่เกิน 115 เซนติเมตร หรือ 25 เซนติเมตร (9.75 นิ้ว) X 56 เซนติเมตร (21.5 นิ้ว) X 46 เซนติเมตร (18 นิ้ว)
  • สำหรับน้ำหนักกระเป๋าที่ทางสายการบินอนุญาตให้บรรทุกใต้ท้องเครื่องบิน คือ 20 กิโลกรัม (สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด/Economy Class Passenger) การเรียกค่าระว่างน้ำหนักเพิ่มเป็นสิทธ์ของสายการบินที่ท่านไม่อาจปฎิเสธได้ (ต้องชำระในส่วนที่โดนเรียกเก็บเพิ่ม)
  • ทางบริษัทฯไม่รับผิดชอบกรณีเกิดการสูญเสีย,สูญหายของกระเป๋า และสัมภาระของผู้โดยสาร

คำค้น
ช่วงเวลา
รายการทัวร์